Hilti ผู้นำด้านธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้างที่จะมาเปิดโลกของคุณ!

Hilti ผู้นำด้านธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้าง

หากคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับ การจำหน่ายเครื่องมือช่างไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ก่อสร้าง อาจจะคุ้นเคยกับ แบรนด์ที่ผลิตเครื่องมือก่อสร้างหรือสว่านสีแดงยี่ห้อ Hilti

การทำงานของฮิลติ

ซึ่งธุรกิจเครื่องมือก่อสร้างนี้ เป็นธุรกิจที่อาจดูเข้าถึงยากซักหน่อย เพราะมันไม่ใช่ธุรกิจที่จะต้องมาออกสื่อมากมายแบบธุรกิจอื่น ๆ แต่ Hilti เป็นบริษัทที่มีจุดเด่น เพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนทำธุรกิจที่เกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างได้

  “เติบโตในฐานะผู้นำระดับโลก สร้างผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่มีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าที่อื่นๆ”

นี่คือสโลแกนของฮิลติ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้างโดยเฉพาะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ รูปแบบธุรกิจของฮิลตินั้น “ไม่ได้เน้นการขายสินค้า แต่กลับเป็นการให้เช่าและให้คำปรึกษา”

รวมถึงบำรุงรักษาอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องมือไฟฟ้าแบบครบวงจรแทน ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับฮิลติให้มากขึ้น เผื่อจะได้นำไปเป็นแรงบันดาลใจในธุรกิจก่อสร้างของคุณกันค่ะ 

1. อุปกรณ์ก่อสร้างของ Hilti มีประวัติความเป็นมายังไงกันนะ? 

Hilti Corporation (Hilti Aktiengesellschaft หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hilti Group) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้างอย่างมืออาชีพ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาเทคโนโลยี บริการให้คำปรึกษา และจัดหาเครื่องมือไฟฟ้าต่าง ๆ 

ผู้ก่อตั้งฮิลติ

ภาพจาก studiousguy 

นอกจากนี้ฮิลติยังผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอาคาร อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมพลังงานและการบำรุงรักษาด้วย

ฮิลติมีรากฐานของบริษัทที่ถูกวางไว้ในปี พ.ศ. 2484 โดย วิศวกรมาร์ติน ฮิลติและน้องชายของเขา ยูจีน ฮิลติ ได้ก่อตั้งบริษัท Hilti Maschinenbau OHG ในเมืองชานน์ ประเทศลิกเตนสไตน์ 

ซึ่งในปีพ.ศ. 2500 ฮิลติได้เปิดตัวเครื่องมือยิงตะปูเป็นครั้งแรกในโลก และภายในปีพ.ศ. 2503 ฮิลติได้ขยายกิจการใน 30 ประเทศ 

และปัจจุบันฮิลติตั้งอยู่ในลิกเตนสไตน์และมีสำนักงานอยู่ใน 120 ประเทศทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทยด้วย)

2. รูปแบบโมเดลธุรกิจที่น่าจับตามอง 

โมเดลธุรกิจของฮิลติ

ภาพโมเดลธุรกิจของ Hilti จาก studiousguy

สำหรับโมเดลธุรกิจของฮิลตินั้น มี 3 ข้อหลัก ๆ ต่อไปนี้ที่ทำให้องค์กรได้ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาด นั่นก็คือ 

1. คุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้า

“จากผลิตภัณฑ์สู่บริการ” นี่เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าแบรนด์ให้กับธุรกิจผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างอย่างฮิลติได้ ด้วยการทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะมีเครื่องมือช่าง เครื่องมือไฟฟ้า และอุปกรณ์ก่อสร้างให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่

เรียกได้ว่าสิ่งที่ฮิลตินำเสนอให้กับลูกค้านั้น คือเครื่องมือที่มีคุณภาพ ไม่ใช้ของปลอมหรือของเลียนแบบ นอกจากผลิตภัณ์ที่มีคุณภาพแล้ว บริการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฮิลติทำได้ดี  ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์เป็นอย่างดี  

2. ฐานลูกค้าส่วนใหญ่

ประเภทของลูกค้าที่เข้าร่วมกับ Hilti ส่วนใหญ่จะมีลูกค้าอยู่ในกลุ่มของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง, ธุรกิจเหมืองแร่, งานที่เกี่ยวกับวิศวกรรมโยธาทั่วโลกที่ใช้สว่านและเครื่องยึด เช่น สกรู สลักเกลียว เป็นต้น

3. ทรัพยากรที่ใช้

ฮิลติมั่นใจว่าทรัพยากรที่เขามีทั้งทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตจำพวก เหล็ก เครื่องมือต่าง ๆ ที่นำมาประกอบ  ระบบไฟฟ้า สามารถนำมาผลิตเครื่องมือคุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่ใช้งานได้ยาวนาน

รวมถึงทรัพยากรมนุษย์หรือพนักงานที่ฮิลติมี พวกเขาภักดีกับบริษัทและใส่ใจกับการบริการให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างมาก จึงทำให้ทรัพยากรทั้งสองอย่างนี้ เพิ่มมูลค่าทางการค้ามากกว่าคู่แข่ง 

อ่านบทความอื่น ๆ :

3. มาดูพาร์ทเนอร์หลักของฮิลติกัน  

พนักงานของฮิลติ

ผู้ที่ร่วมงานหลัก ๆ ของฮิลติ คือวิศวกร พนักงานประจำไซต์ก่อสร้าง  บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีทีมงานจำนวนมาก  รวมถึงทีมงานในองค์กรซึ่งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อทำให้ฮิลติประสบความสำเร็จ 

ฮิลติให้ความสำคัญอย่างมากกับแผนการสืบทอดตำแหน่งของบริษัท และสร้างความมั่นใจว่าผู้คนจะไต่ลำดับชั้นขึ้นได้หลังจากที่มีประสบการณ์ภายในบริษัทเท่านั้น

จึงทำให้พนักงานที่ทำงานในบริษัทนี้ส่วนใหญ่มีอายุงาน 10-20 ปีขึ้นไป มันจึงนำมาซึ่งความไว้วางใจ ความทุ่มเท และความภักดีที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ 

ในแผนกของธุรกิจเครื่องมือไฟฟ้าของฮิลติในลิกเตนสไตน์ใช้เงิน 10 ล้านถึง 15 ล้านเหรียญต่อปี เพื่อสอนพนักงาน 20,000 คนเกี่ยวกับวัฒนธรรมของบริษัท แสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจกับพนักงานมากจริง ๆ ค่ะ 

4. กิจกรรมที่ฮิลติทำมีอะไรบ้าง?

พนักงานของฮิลติ

ภาพจาก maamarketingblog

ทุกคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างถี่ถ้วนว่ากิจกรรมหลัก ๆ ของธุรกิจที่ผลิตทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ ของฮิลตินี้มันทำอะไรบ้าง ข้อนี้เราจะมาไล่เรียงให้ดูกันนะคะ  

1. ทำมากกว่าการขาย

“Hilti เปิดให้เช่าเครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ ในบริษัท” เพื่อให้มีอัตราการใช้งานที่สูงขึ้น และยังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีขึ้น ถือเป็นการตอบโจทย์ให้กับลูกค้าทั้งสองฝ่ายทั้งคนซื้อและคนเช่า

รวมถึงฮิลติเอง ที่ไม่ต้องเน้นขายก็ได้ แต่เน้นบำรุงรักษาแทน ไม่ต้องผลิตใหม่ทีละเยอะ ๆ  แถมยังลดการใช้ทรัพยากรไปด้วย ซึ่งมันเป็นวิธีที่เวิร์คมากเลยทีเดียวนะ

2. บริการบำรุงรักษาอุปกรณ์

อุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดได้รับประกันการบำรุงรักษา ทั้งในเรื่องความพร้อมในการใช้งาน การซ่อมแซม และการเปลี่ยนสินค้าหากมันชำรุด บริการนี้จะช่วยลดการหยุดทำงานหากมีเหตุขัดข้องของการก่อสร้าง และทำให้การดำเนินโครงการในบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

3. นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์

พวกเขาใช้เงินจ่าย 6% ของงบประมาณประจำปีในการผลิตเครื่องมือไฟฟ้าและสินค้าต่าง ๆ  ซึ่งพวกเขาร่วมมือกับซัพพลายเออร์ผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม และยังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆมารองรับผู้บริโภคอยู่เสมอ 

5. แล้วค่าใช้จ่ายของบริษัทใช้ไปกับอะไรบ้างล่ะ

เรามาดูกันว่าพวกเขาใช้เงินทุนไปกับอะไรบ้าง 

  • การจัดการเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ 
  • การบำรุงรักษาชุดอุปกรณ์ทั้งหมด 
  • การวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
  • การผลิตวัสดุก่อสร้างและเครื่องมืออื่น ๆ
  • เงินเดือนพนักงานในทุกแผนกและตัวแทนการตลาดอื่น ๆ 

6. มีความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดี 

พนักงานฮิลติดูแลลูกค้า

ภาพจาก  medium.com

การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าลูกค้าไม่ประทับใจในบริการขององค์กร ธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้างของฮิลติจะไม่มีทางเติบโตได้มากขนาดนี้ 

  • สัญญาการสมัครสมาชิกสัญญาระยะยาว

Hilti เสนอการบำรุงรักษาเต็มรูปแบบผ่านสัญญาการสมัครสมาชิกสัญญาระยะยาว ด้วยการส่งมอบบริการทุกอย่างที่เรากล่าวมาและเกิดการเป็นสมาชิกที่ยาวนานขึ้น

ฮิลติจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าได้ เนื่องจากมันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ฝ่ายลูกค้าก็มีคนคอยบำรุงรักษาเครื่องมือให้ตลอด ส่วนฝ่ายฮิลติเองก็มีลูกค้าที่จะร่วมงานกันยาว ๆ 

  • บริการที่สนับสนุนลูกค้า

องค์กรนี้เชื่อมั่นในเรื่องของการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมีบริการดูแลลูกค้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในทุก ๆ วัน การมีส่วนร่วมดังกล่าวจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ในการสร้างความน่าเชื่อถือกับบริษัทและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

  • การมีส่วนร่วมกับลูกค้าในสถานที่จริง

ความใส่ใจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกๆเรื่อง ยิ่งเราทำธุรกิจที่ต้องบริการลูกค้ายิ่งควรใส่ใจ ว่ามั้ยคะ? ฮิลติเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใส่ใจลูกค้ามาก ๆ พนักงานของทีมฮิลติราว 15,000 คน ลงไปทำงานโดยตรงกับลูกค้าในสถานที่จริง

พูดง่าย ๆ ก็คือ ไซต์การก่อสร้างอยู่ที่ไหน พวกเขาก็ลงพื้นที่ไปที่นั่น เพื่อไปติดตั้งอุปกรณ์ ให้คำแนะนำต่าง ๆ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความน่าเชื่อถือและไว้วางใจกับแบรนด์นี้มากขึ้นยังไงล่ะ 

 

7. ปรับกลยุทธ์การแข่งขันให้โดดเด่น 

พนักงานของฮิลติ

ภาพจาก hilti.co.th

เราเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ธุรกิจของนี้ประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเขามีกลยุทธ์ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 

  • เครื่องมือที่พร้อมใช้งาน

องค์กรนี้เชื่อมั่นในนโยบายการกระจายตัวทางธุรกิจ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าศูนย์ของฮิลติมีให้บริการในเกือบทุกพื้นที่ เช่น ยุโรป เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อินเดีย และจีน

ซึ่งกระบวนการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีเครื่องมือไฟฟ้าและอุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกเมื่อที่พวกเขาต้องการ 

  • มีแผนกขายโดยตรง

ฮิลติไม่มีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้องในธุรกิจ เนื่องจากมีแผนกขายตรง ที่ดูแลความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งมันก็ครอบคลุมทุกอย่างในเรื่องของการขายเครื่องมือไฟฟ้าและอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมด 

  • เช่าแทนการขาย

ประเด็นนี้น่าสนใจมาก ๆ เพราะการเช่าแทนการขายมันช่วยลดต้นทุนการค้าปลีกและต้นทุนการลงทุนล่วงหน้า ซึ่งมันส่งผลประโยชน์ให้กับลูกค้า เพราะเขาไม่ต้องซื้อเลย นอกจากนี้ยังช่วยในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ผูกกับแบรนด์อย่างอย่างนานอีกต่างหาก 

8. การวางแผนการตลาดอย่างเหมาะสม 

ทีมงานของฮิลติ

พวกเขาทำการตลาดด้วยตัวเอง ‘โดยการลงไปคุยงานกับลูกค้าในสถานที่จริง’ โลโก้ของ Hilti และการออกแบบตราสินค้ามีความโดดเด่นอย่างชัดเจน 

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ฮิลติมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ให้กับองค์กรมาก ๆ นอกจากนี้ยังขยาย แฟรนไชส์ ไปทั่วโลก และให้พวกเขามีส่วนร่วมในการออกแบบห้องปฏิบัติการและร้านค้าปลีกออนไลน์ในเว็บไซต์อีกด้วย

9. รายได้มาจากไหน?

การใช้เครื่องมือฮิลติ

ภาพจาก hilti.co.th

เนื่องจากฮิลติไม่ได้เน้นไปที่การขายอุปกรณ์ แต่ให้เช่าเครื่องมือแทน ซึ่งการให้เช่าเครื่องมือนี่แหละค่ะที่มันทำให้เป็นกลยุทธ์เชิงนวัตกรรมที่เพอร์เฟคในการสร้างรายได้ 

เพราะแทนที่ลูกค้าจะต้องทุ่มเงินลงทุนเยอะ ๆ ไปทีเดียว แต่กลายเป็นว่าลูกค้าสามารถชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกตามระยะเวลาที่กำหนดได้ 

ซึ่งการสมัครสมาชิกเนี้ย.. มันช่วยให้ฮิลติได้เปรียบทางการเงินในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น การเช่าเครื่องมือแทนการขายจึงเป็นหนึ่งในรูปแบบธุรกิจหลักของฮิลติ

นอกจากนี้ยังได้รับรายได้จากการให้บริการซอฟต์แวร์ รวมถึงบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้างแก่บริษัทรับเหมาต่าง ๆ อีกด้วย

บทความน่าสนใจอื่น ๆ :

✔ สรุป 

Hilti เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้างมืออาชีพ ที่ประสบความสำเร็จในการรุกหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างและอาคาร เป็นเพราะความสัมพันธ์กับลูกค้าที่แน่นแฟ้นมากขึ้น และการผลิตเครื่องมือไฟฟ้าต่าง ๆ แบบกำหนดเองได้  

อีกทั้งยังมีเครือข่ายการขายและการบริหารจัดการมากมาย  “ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเหล่านี้ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากขึ้น”

พวกเขาจึงได้ทุ่มการลงทุนมหาศาล ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และยังสามารถคิดค้นรูปแบบใหม่ ๆ อย่างสร้างสรรค์ได้ทุกครั้ง ทุกแง่มุมที่เราเล่ามาทั้งหมดนี้ เมื่อเอามารวมกันจึงทำให้ฮิลติมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้าง และประสบความสำเร็จอยู่ ณ ตอนนี้นั่นเองค่ะ

สำหรับใครที่กำลังทำธุรกิจประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านเครื่องมือไฟฟ้าต่าง ๆ บทความนี้อาจเป็นแรงจูงใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คุณได้นำไปพัฒนา ปรับปรุงธุรกิจของคุณให้มีอะไรที่แปลกใหม่กว่าเดิมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนได้บ้างน้าา

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : 

บทความน่าสนใจอื่น ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *