6 ทริค กระตุ้นลูกค้าให้ซื้อของที่เคาน์เตอร์คิดเงินแบบ more and more!

6 ทิปขายง่ายขึ้นที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

หากมีเวทมนตร์ ที่สามารถเสกให้ลูกค้าซื้อของที่ร้านค้าของคุณเพิ่มขึ้น ก็คงจะดีใช่มั้ยล่ะคะ? 

ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีเวทมนตร์ คุณก็ทำให้ลูกค้าซื้อของที่ร้านค้าของคุณมากขึ้นได้ง่าย ๆ ราวกับเสกด้วยไม้กายสิทธิ์ เพียงแค่รู้เทคนิคการขายสินค้าบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน

“เพราะ เคาน์เตอร์คิดเงิน ไม่ได้เป็นเพียงจุดชำระเงินเท่านั้น

แต่มันสามารถสร้างแบรนด์ , สร้างความภักดีและความประทับใจอย่างยั่งยืนของลูกค้า, รวมถึงเพิ่มยอดขายให้ร้านของคุณได้ด้วย! ว่าแต่เทคนิคเหล่านั้นจะมีอะไรบ้างล่ะ? ตามมาอ่านบทความนี้กันเลยค่ะ

เลือกเรื่องที่จะอ่านเลย ☟

  1. จัดการกับพื้นที่ว่าง
  2. รู้จักกับประเภทของเคาน์เตอร์คิดเงิน
  3. สร้างกลยุทธ์การขายสินค้า
  4. โปรโมชั่นที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อ
  5. อำนวยความสะดวกต่อลูกค้า
  6. ฝึกอบรมการขายให้พนักงาน 
 

ทำไมบริเวณเคาน์เตอร์คิดเงินถึงกระตุ้นยอดขายได้?

จุดชำระเงินค่าสินค้าในร้าน มันไม่ได้มีแค่เคาน์เตอร์คิดเงินเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงทางเดินในบริเวณใกล้เคียงด้วย

ขยายความก็คือ ตรงนี้เป็นที่ที่ “ลูกค้าทุกคนของคุณ ต้องเดินผ่านเพื่อออกจากร้าน ไม่ว่าพวกเขาจะซื้อสินค้าหรือไม่ก็ตาม”

สิ่งสำคัญของมันคือ มันเป็นโอกาสสุดท้าย ที่คุณจะชักนำโน้มน้าวใจให้ลูกค้าซื้อของ เพราะบางทีพวกเขายังไม่เจอสิ่งที่ต้องการจะซื้อจริง ๆ จนทำให้เขาเดินออกไป

รักษาระยะห่างเคาน์เตอร์คิดเงิน

คุณจึงต้องทำจุดชำระเงินให้น่าสนใจ ดึงดูดสายตาของลูกค้า เพื่อที่จะทำให้

คนที่ไม่ซื้อ → ซื้อ  และ คนที่ซื้อแล้ว → ซื้อเพิ่ม

นี่แหละค่ะคือเหตุผลว่า ‘ทำไมบริเวณเคาน์เตอร์ ถึงเป็นจุดที่ช่วยกระตุ้นยอดขายในร้านค้าของคุณได้’

1. จัดการกับพื้นที่ให้ว่างเพียงพอสำหรับลูกค้าและพนักงาน 

คุณต้องรู้ก่อนว่า.. พื้นที่ในการจะติดตั้งเคาน์เตอร์คิดเงินมีประมาณเท่าไหร่ และควรจะเอาเคาน์เตอร์ไว้ที่ด้านซ้ายของร้านค้า เพราะคนส่วนใหญ่จะเริ่มเดินสำรวจร้านจากด้านขวาก่อน 

ซึ่งจุดติดตั้งเคาน์เตอร์ จะต้องมีพื้นที่ด้านในสำหรับพนักงานที่พอดี เพื่อให้พนักงานทำงานได้ง่ายขึ้น และควรมีจุดที่วางของหรือสัมภาระของพนักงานด้วย 

ส่วนด้านหน้า ADA Standard for Accessible Design ได้บอกไว้ว่า 

“การออกแบบจุดชำระเงินที่ดี จะต้องมีพื้นที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์อย่างน้อย 30-40 นิ้ว ซึ่งขนาดเท่านี้มันจะทำให้รถเข็นผ่านได้อย่างสะดวก”

2. รู้จักประเภทของเคาน์เตอร์คิดเงินกันก่อน 

เคาน์เตอร์คิดเงินแต่ละประเภทนั้นไม่เหมือนกัน ในการติดตั้งจึงจะต้องสอดคล้องกับพื้นที่ของร้านคุณด้วย 

หลักๆแล้วเคาน์เตอร์จะมี 3 แบบด้วยกันคือ 

  • เคาน์เตอร์คิดเงินแบบเดี่ยว (Checkout counter)

เคาน์เตอร์แบบนี้จะใช้พื้นที่น้อยที่สุด เพราะมีตอนเดียวและวางขนานกับผนัง เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีพื้นที่น้อย หรือร้านค้าที่มีขนาดเล็ก 

  • เคาน์เตอร์คิดเงินแบบคู่ (Dual counter)

เคาน์เตอร์แบบนี้จะมีสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งจะเป็นส่วนหัวซึ่งหันไปทางหน้าร้าน อีกส่วนหนึ่งจะวางขนานกับผนัง อันนี้จะเหมาะกับร้านขนาดกลาง 

  • เคาน์เตอร์แบบสามส่วน (Three-part counter)

เคาน์เตอร์แบบนี้จะมีลักษณ์เป็นตัว U รอบ ๆ พนักงาน เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก เช่น ร้านกิฟท์ช็อปที่บริการห่อของขวัญ ที่ต้องใช้พื้นที่ในการห่อของขวัญ เพราะเคาน์เตอร์แบบนี้ จะมีพื้นที่เหลือเฟือเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างหลากหลาย 

ตัวอย่างเคาน์เตอร์คิดเงินสั่งผลิต by Youtube : PN STEEL PRODUCT

3. สร้างกลยุทธ์การขายสินค้าที่เคาน์เตอร์ชำระเงินของคุณ

สิ่งแรกที่คุณควรทำ เพื่อให้คุณได้พื้นที่ในการทำกำไรได้มากที่สุดก็คือ การวางสินค้าตามนี้ค่ะ

  • สินค้าที่หยิบได้ง่าย
  • สินค้าที่ต้องซื้ออย่างเร่งด่วน
  • สินค้าที่ต้องเดินไปสั่งกับพนักงาน
  • สินค้าราคาถูกที่ไม่ต้องตัดสินใจเยอะ
  • สินค้าช่วงโปรโมชั่น
  • สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง
  • สินค้าที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าที่วางอยู่ก่อนหน้า 
เคาน์เตอร์คิดเงินที่ 7-11

ภาพจาก  thaisaeree

หลังจากนั้น ควรวางสินค้าที่ส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในร้านของคุณ เพื่อให้คุณสามารถต่อยอดได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งการซื้อของด้วยแรงกระตุ้นที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อสินค้าราคาแพงที่สุด แต่เป็นการซื้อของที่ช่วยเพิ่มยอดขายทั้งหมดของร้านค้า ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปิดร้านมินิมาร์ท ของบนเคาน์เตอร์ก็ควรจะเป็น ลูกอม, หมากฝรั่ง, ยาลดกรด, ถ่านไฟฉาย เป็นต้น 

ซึ่งการคละสินค้าให้มีหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน สามารถดึงดูดลูกค้าของคุณให้ซื้อมากยิ่งขึ้น เพราะแต่ละคนก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกันนั่นเองค่ะ 

4. โปรโมชั่นที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อ

เมื่อลูกค้าเดินมาถึงเคาน์เตอร์แล้ว แสดงว่าเขามีแนวโน้มที่จะซื้อมากกว่า นี่จึงเป็นช่วงที่เพอร์เฟคที่สุดที่จะกระตุ้นการขาย 

CreditCards.com ได้สำรวจไว้ว่า 

“5 ใน 6 ของคนทั่วไปมักจะ ซื้อของเพิ่มเติมจากแรงกระตุ้นที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ชำระเงิน และ 40% ของลูกค้า ยอมรับว่าใช้เงินมากกว่าที่พวกเขาวางแผนไว้ เมื่อถูกแรงกระตุ้นเหล่านั้นจูงใจ” 

ดังนั้น…บริเวณเคาน์เตอร์จ่ายเงิน จึงเป็นจุดที่ดีที่สุดในการส่งเสริมการขาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พนักงานหรือตัวคุณเองต้องพูดโน้มน้าวได้ด้วยเป็นบางครั้งนะคะ 

ตัวอย่างจะเห็นได้จาก “ร้าน Watson”  เขามักจะจัดโปรโมชั่นตรงเคาน์เตอร์คิดชำระเงินอยู่เสมอ 

อย่างตัวคนเขียนเองเวลาไปวัตสัน ก็จะลิสต์จากบ้านแล้วว่า ‘มีของใช้อะไรที่หมดบ้าง’ เมื่อไปถึงก็จะหยิบหลาย ๆ อย่างรวม ๆ กัน เช่น ดินสอเขียนคิ้ว, ครีมอาบน้ำ, แป้ง, แชมพู, คลีนซิ่ง ฯลฯ ซึ่งจะจำนวนค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ที่หลักพันได้ 

เคาน์เตอร์คิดเงินที่ watson

ภาพจาก bangkokbanksme

เมื่อเราซื้อสินค้าครบตามจำนวนที่วัตสันกำหนดไว้ พนักงานก็จะพูดเชียร์อัพโปรโมชั่นสินค้าในร้านว่า “ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าในรายการโปรโมชั่นในราคาที่ถูกมาก ๆ ตามนี้” แล้วยื่นโบรชัวร์ให้ดู ถ้ามีสินค้าไหนที่น่าสนใจ ก็ทำให้เราซื้อได้อย่างไม่ลังเลเลยค่ะ 

5. อำนวยความสะดวกที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า 

เคยเป็นกันมั้ยคะ? เวลาที่คุณจะซื้อของ เมื่อเดินไปถึงเคาน์เตอร์เพื่อที่จะจ่ายเงินแล้ว..’คุณมักจะลืมซื้อของบางอย่างที่หยิบง่าย แต่มันสำคัญ’ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญของผู้ค้าปลีก ที่จะสต็อกสินค้าที่คนซื้อมักจะนึกไม่ถึง แต่กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ 

ซึ่งสินค้าเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับประเภทร้านค้าของคุณ แต่เรามีคำถามทั่วไปที่คุณควรตอบให้ได้ก่อน นั่นก็คือ 

  • ลูกค้ามักจะขอให้คุณช่วยหาสินค้าอะไร เมื่อมาที่ร้านของคุณ?
  • สินค้าอะไรที่ลูกค้านึกไม่ถึง แต่ต้องการอยู่บ่อย ๆ ? 
  • มีสินค้าขนาดเล็ก ที่เป็นส่วนเสริมให้สินค้าอื่น ๆ ขายง่ายขึ้นหรือไม่? 
ยาสามัญประจำบ้าน

ภาพจาก cities.trueid

ตัวอย่าง ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 คุณจะเห็นว่ามี

  • ยาสามัญประจำบ้าน
  • พลาสเตอร์ปิดแผล
  • ยาแก้ไอ
  • ยาดม
  • แอลกอฮอล์ล้างแผล

ของพวกนี้จะอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เพราะมันเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการใช้แบบเร่งด่วน และลูกค้าจะต้องถามหาบ่อย ๆ เมื่อคุณนำมาวางไว้บริเวณที่ลูกค้าจะจ่ายเงิน มันจะช่วยกระตุ้นการซื้อมากยิ่งขึ้นไปอีก 

6. ฝึกอบรมการขายให้พนักงาน 

พนักงานอาจจะรู้หน้าที่ของเขาค่ะ ว่าควรจะต้องทำงานยังไง หรือต้องทำอะไรบ้าง แต่คุณก็ต้องเช็คให้แน่ใจ ว่าพวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วจริง ๆ

ถึงแม้สินค้าบางอย่าง สามารถขายออกได้ด้วยตัวเอง แต่การเชียร์อัพที่ดีของพนักงาน มันก็จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อของเพิ่มมากขึ้นได้

อบรมให้พนักงานเริ่มต้นคุยกับลูกค้า ด้วยการถามว่า

  • ลูกค้าพบสินค้าที่ต้องการไหมคะ?
  • ลูกค้าต้องการสินค้าตัวไหนเพิ่มเติมไหมคะ?

จากนั้นคุณก็นำสินค้าที่อยากขายเพิ่มเติมวางไว้บนเคาน์เตอร์ รวมถึงสินค้าในโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการขาย และให้พนักงานพูดแนะนำสินค้าเพื่อให้ลูกค้าซื้อเพิ่ม

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกค้าพูดว่า “ไม่”  นั่นก็หมายความว่า ไม่

อย่าให้พนักงานเร่งเร้าลูกค้า เพราะอาจทำให้ลูกค้าเกิดความอึดอัดหรือรำคาญได้ ควรสร้างความรู้สึกสบายใจในการซื้อของให้กับลูกค้ามากกว่า

อ่านบทความเพิ่มเติม :

✔ สรุป 

เมื่อพูดถึงเทคนิคการ “กระตุ้นยอดขายที่เคาน์เตอร์คิดเงิน” เหล่านี้ อาจจะดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่า คุณต้องใส่ใจรายละเอียดพอสมควรเลยนะคะ

เพราะต้องขายสินค้าเพิ่มเติมให้ได้ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ต้องมีกลยุทธ์ในการวางสินค้าบนเคาน์เตอร์ให้สอดคล้องกับต้องการของลูกค้า และยังต้องสอดคล้องกับสิ่งที่คุณอยากจะขายด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่กระตุ้นลูกค้าให้ซื้อมากขึ้นเท่านั้น…แต่คุณจะต้องกระตุ้นพนักงานให้บริการที่ดีไปด้วยพร้อมทั้งต้องขายสินค้าให้ได้ไปด้วย ถ้าคุณและพนักงานทำได้อย่างดี มันก็จะยิ่งสร้างความภักดี และความประทับใจให้ลูกค้าต่อร้านของคุณอย่างยั่งยืนได้

ทั้งนี้ นอกจากทำให้ลูกค้าซื้อของมากขึ้น เขายังจะกลับมาซื้อของอีกบ่อย ๆ ก็ได้นะ ยังไงก็ลองนำไปใช้กับร้านค้าของคุณได้ค่ะ 

และสุดท้ายนี้ ฝากให้ทุกคนไปติดตามอ่านบทความอื่น ๆ ของ Pn storetailer ด้วยนะคะ  

ขอบคุณแหล่งที่มาเพิ่มเติมจาก :

บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *