6 ทริคง่ายๆในการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

สร้างแบรนด์

การสร้างแบรนด์นั้นมีความสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็กพอๆกับแบรนด์ชื่อดังที่มีธุรกิจใหญ่โต”

ซึ่งอันที่จริงแล้วแบรนด์ใหญ่ๆหลายแห่งพยายามที่จะทำให้ตัวเองเหมือนบริษัทเล็กมากขึ้น เช่น การแตกแบรนด์ย่อยขึ้นมา เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ชื่นชอบหรือสนับสนุนร้านค้าในแบรนด์น้องใหม่ 

ถ้าคุณอยากรู้ทริคเล็กๆน้อยๆพอเป็นไกด์ในการก่อตั้งแบรนด์ของตัวเอง บทความนี้ Pn Storetailer จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเรื่องการสร้างแบรนด์กันค่ะ 

รู้จักคำว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์กันก่อน 

การสร้างแบรนด์ เป็นวิธีกำหนดธุรกิจของคุณให้มี “เอกลักษณ์” เป็นของตัวเอง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าธุรกิจที่คุณทำนั้น แก่นของมันคืออะไร ไม่ใช่แค่ว่าทำผิวเผินให้เหมือนๆกับคนอื่น 

  • การกำหนดกลยุทธ์เรื่องนี้สามารถใช้ประโยชน์จากไอเดีย “เมื่อผู้คนตกหลุมรักกัน” เวลาที่คนตกหลุมรักนั้นมักจะใช้อารมณ์ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง

เช่นเดียวกันการที่ลูกค้าตกหลุมรักแบรนด์หนึ่งแบรนด์ เมื่อใดที่ลูกค้าเชื่อมต่อกับแบรนด์ของคุณด้วยอารมณ์ จากการที่พวกเขามีค่านิยมและความเชื่อเดียวกันกับแบรนด์ จะนำไปสู่ยอดขายที่สูงขึ้นและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์

  • แบรนด์ที่แข็งแกร่งจะได้รับการส่งเสริม ความภักดี และการสนับสนุนจากลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถปกป้องราคาของคุณให้ขายในราคาเท่าเดิมได้ ในช่วงเวลาที่คู่แข่งต้องพึ่งพาส่วนลดในการส่งเสริมการขายเพื่อเพิ่มยอดขาย

ดังนั้น สิ่งที่คุณจะต้องคิดและลงมือทำคือ จะทำอย่างไรให้แบรนด์ของคุณมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่โดดเด่นจนทำให้ลูกค้ารู้สึกตกหลุมรัก พยายามค้นหามันให้เจอ เมื่อเจอแล้วเราก็มาเริ่มต้นธุรกิจกันค่ะ 

เรามาดูเคล็บลับ 6 ข้อในการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง 

1. เริ่มต้นด้วยการกำหนดแบรนด์

เครื่องมือทำงานมุมสูง

เริ่มจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณต้องการจะนำเสนอ ว่าจะทำไปในทิศทางใดถึงจะตรงกับตัวตนของคุณมากที่สุด หลังจากนั้นก็ระบุพื้นที่ตลาดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่คุณต้องการจะครอบครอง  

ค้นคว้าความต้องการของลูกค้าว่า 

  • พวกเขามีความต้องการอะไร 
  • พวกเขามีความกังวล รวมถึงมีปัญหาในเรื่องใด

ลักษณะของแบรนด์ควรจะส่งเสริมธุรกิจของคุณให้สามารถขายสินค้าและบริการนั้นๆได้ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าและสร้างความแตกต่างให้คุณในตลาด 

2. เมื่อสร้างแบรนด์แล้วให้คิดว่าแบรนด์ของคุณเป็น “บุคคล”

เราทุกคนเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ประกอบด้วยความเชื่อค่านิยม และความชอบส่วนบุคคล ที่จะกำหนดว่าเราเป็นใครและเชื่อมโยงกับใคร โดยบุคลิกภาพจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของเราในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการแต่งตัว สิ่งที่เราพูด สถานที่ที่เราไป รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคม 

แน่นอนว่าสำหรับคนที่ใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่มีอะไรมากมาย ไม่มีอะไรที่ชอบแบบเจาะจงมันเป็นเรื่องยากในการสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำ 

ถุงสินค้ากับลูกค้า

ก็เหมือนกับ “บุคคล” ทั่ว ๆ ไปที่เราเห็นตามท้องถนนหรือเดินสวนกันไปมา ถ้าคนที่ไม่มีเอกลักษณ์อะไรที่เป็นของตัวเองเลยนั้นมักจะไม่ดึงดูดสายตาของเรา

แต่ถ้าเป็นบางคนที่มีเอกลักษณ์บางอย่าง Shine ออกมา เขาจะดึงดูดสายตาของคุณให้มองโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นว่าจะต้องแต่งตัวให้เยอะหรือทำสีผมให้เด่น แต่มันหมายถึงความเป็นตัวของเขาที่มันลงตัวและน่าดึงดูดใจ 

ซึ่งมันคล้ายกับการทำแบรนด์ของคุณให้มีเอกลักษณ์ คุณไม่จำเป็นต้องใส่อะไรลงไปในแบรนด์เยอะ ๆ แต่คุณแค่ต้องหาบางอย่างที่คนมองหรือสัมผัสแล้วรู้สึกชอบ หาสิ่งที่มันเชื่อมโยงความรู้สึกผู้คนแล้วนำมาพัฒนาเป็นตัวตนของแบรนด์คุณลองดูนะคะ

3. พิจารณาสิ่งที่ขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ

เชื่อมั่นในจุดยืนของแบรนด์ สิ่งที่แบรนด์ยึดมั่น จากนั้นคุณอาจมองหา “ฮีโร่ของแบรนด์” ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบของบุคคล สัตว์ เป็นต้น

ซึ่งฮีโร่ของแบรนด์จะทำหน้าที่สื่อสารและเป็นตัวแทนที่จะสื่อสารกับบุคคลภายนอก ว่าเราเป็นอย่างไร 

คุณจะเห็นว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ จะมีพรีเซนเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่จะเป็นตัวแทนของแบรนด์นั้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ 

แบรนด์น้ำพริก

ภาพจาก smeleader

แต่ฮีโร่ยังมีได้อีกหลายแบบ ในที่นี้อาจจะหมายถึงเจ้าของธุรกิจโดยตรง ถ้าหากยังเป็นธุรกิจเล็กๆอยู่ คุณอาจจะใช้ความเป็นตัวของคุณในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ แค่ทำให้คนจำคุณได้ 

อย่างบางคนทำน้ำพริก ก็ทำการแปะรูปภาพของตัวเองลงไปในแพ็คเกจสินค้า รวมถึงใส่ไปในโลโก้ของแบรนด์โดนตรง เมื่อขายสินค้าไป หากน้ำพริกอร่อยถูกใจและลูกค้าชอบ พวกเขาจะจำได้ว่าน้ำพริกแบรนด์นี้ของคนๆนี้นี่แหละที่ต้องซื้อซ้ำและบอกต่อให้คนอื่น 

ถ้าหากไม่ใช้ภาพคน คุณอาจจะต้องออกแบบกราฟฟิคที่แสดงตัวตน แบรนด์ใหญ่ๆเขาอาจจะใช้พรีเซนเตอร์ แต่คุณอาจจะใช้แค่แมวหนึ่งตัวในการออกแบบมันเข้าไปอยู่ในโลโก้ก็ได้

แค่คุณต้องสร้างภาพจำที่มองแล้วสื่อถึงแบรนด์ของคุณให้กับลูกค้า

แมวแผ็ด

ภาพจาก prachachat

ตัวอย่างเช่น ร้านขายเนื้อหมูแดดเดียว ยี่ห้อหนึ่งในออนไลน์ได้ตั้งชื่อแบรนด์ว่า “อีเหมียวปีนตู้กับข้าว”

เรียกได้ว่าสร้างความสนใจให้กับชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มทาสแมว ร้านเนื้อหมูแดดเดียวเจ้านี้ได้นำเสนอแบรนด์ของตนเองในมุมที่แตกต่างออกไป ทำให้มีเอกลักษณ์และกลายเป็นที่น่าจดจำ 

4. มุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

ในตอนเริ่มต้น คุณไม่ควรที่จะเพิ่มข้อเสนอหรือใส่โฆษณาชวนเชื่อเยอะมากเกินไป เพราะมันจะเพิ่มความคาดหวังให้กับลูกค้า ถ้าหากคุณไม่สามารถทำตามสิ่งที่คุณเคยเสนอไว้ได้ มันจะเป็นการผิดสัญญา 

คุณควรสร้างความไว้ใจให้ลูกค้าด้วยการสร้างแบรนด์ที่ซื่อสัตย์ และยังต้องชัดเจนกับทุกอย่างที่คุณทำ เน้นสร้างคุณค่าให้แบรนด์ด้วยการสร้างความประทับใจอย่างสม่ำเสมอ

คุยกับลูกค้า

อาจจะไม่ต้องโฆษณาชวนเชื่อด้วยคำพูด ว่าแบรนด์ของคุณดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ แต่ทำให้เห็นด้วยการกระทำเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีและนำไปบอกต่อได้

ดูได้จากร้านกาแฟ Starbucks ที่มาหลายคนบอกว่าราคาแพงกว่าร้านกาแฟอื่นๆทั่วไป แต่ก็ยังมีคนซื้อและไปนั่งในร้าน เป็นเพราะอะไรกัน? 

นั่นก็เป็นเพราะว่าแบรนด์ใส่ใจกับการบริการลูกค้ และต้องการที่จะให้ร้านเป็น “บ้านหลังที่3” ของลูกค้า

สตาร์บัคส์

ภายใต้คุณภาพของกาแฟที่อร่อย รวมถึงการให้บริการที่ยอดเยี่ยม คนที่เคยไปใช้บริการมักจะพูดต่อๆกันว่าพนักงานบริการดี พูดจาน่าฟัง ทุกอย่างทำด้วยความพิถีพิถัน บรรยากาศในร้านดูรื่นรมย์ เข้าไปนั่งแล้วสบายใจมีระดับ

อีกทั้ง 10 ปีก่อนหน้านี้ เขาได้มีการปรับกลยุทธ์ให้ก้าวไปตามกาลเวลาและมีการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งโซเชียลมีเดียและการมีส่วนร่วมกับลูกค้าใหม่ ๆ

โดยสร้างเว็บไซต์ที่ชื่อว่า mystarbucksidea.com ซึ่งลูกค้าสามารถเสนอแนวคิดให้บริษัทขยายและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมถึงประสบการณ์ของลูกค้า ปรับปรุงการมีส่วนร่วมกับชุมชนและเพิ่มความรับผิดชอบต่อสังคม 

ซึ่งเขาเริ่มไอเดียการมีส่วนร่วมกับลูกค้าแบบนี้มาตั้งหลายปีแล้ว จนเขาประสบความสำเร็จมากจนถึงทุกวันนี้ได้

นี่จึงเป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆน้อยๆที่เป็นเรื่องของการบริการและการสร้างแบรนด์ที่ดี ทำให้ลูกค้าชอบและมาบริโภคอยู่เสมอ แม้จะผ่านไปกี่ปีบางคนก็ไม่เคยเปลี่ยนใจไปซื้อยี่ห้ออื่น นี่ก็คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าของคุณนั่นเองค่ะ

5. มีวาทะศิลป์ในการพูดกับลูกค้า

คำพูดนั้นมีผลอย่างมากกับอารมณ์และการตัดสินใจ ยิ่งเมื่อเป็นลูกค้าแล้ว คนที่ให้บริการสมควรที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังและสม่ำเสมอ ความประทับใจแรกที่จะเกิดได้ต่อจากการมองเห็นก็คือการสนทนา 

ถ้าคุณเปิดร้านค้าหรือธุรกิจอะไรก็ตามที่มีการพูดคุย คุณจะต้องมีวาทะศิลป์ พูดด้วยน้ำเสียงที่ก่อให้เกิดความสบายใจแก่ลูกค้า

คุยกับลูกค้า

แม้ว่าบทสนทนาบางครั้งมันจะมีเหตุการณ์ที่เกิดความสับสนหรือมีปากเสียง คุณก็จะต้องใช้การอธิบายที่นุ่มนวล รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเองและพูดให้ดีที่สุด ไม่ควรใช้กิริยามารยาทที่ก้าวร้าว เพราะมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ธุรกิจของคุณ 

แต่การพูดให้โดนใจลูกค้าคุณไม่จำเป็นต้องสุภาพถ่อมตนมากเกินไปจนดูหมดความน่าเชื่อ คุณควรจะวางตัวเองให้มีบุคลิกภาพที่ดี ดูภูมิฐาน พร้อมทั้งยังต้องรู้จักฟังและรู้จักต่อรองได้ด้วย 

สำหรับธุรกิจที่ต้องบริการ เช่น ร้านอาหาร, ร้านขายของทั่วไป คุณอาจจะสร้างความเป็นกันเองให้กับลูกค้าด้วยการทักทายที่เป็นมิตร และพูดถามถึงชีวิตทั่วไป เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณใส่ใจ

เช่น “วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?” , “วันนี้ทำงานมาเหนื่อยไหมคะ?”  คำถามเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะสร้างความรู้สึกคุ้นเคยให้ลูกค้า สร้างความเชื่อใจอยากจะกลับมาใช้บริการอีกในอนาคตได้ 

6. อย่าพยายามเลียนแบบแบรนด์ใหญ่ ๆ

คุณสามารถนำเอากลยุทธ์และข้อดีของแบรนด์ใหญ่ๆมาเป็นไอเดียในการดำเนินธุรกิจได้ แต่อย่าเลียนแบบอัตลักษณ์ของเขาเป็นอันขาด

อยากให้คุณลองพยายามที่จะค้นหา กลั่นกรองความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของคุณออกมาให้ดี เพราะปัจจุบันมีแนวโน้มอย่างมากที่ผู้บริโภคจะหันมาสนใจแบรนด์อิสระ

และในความเป็นจริง แบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์พยายามที่จะเลียนแบบความรู้สึกที่เป็นอิสระเพื่อจับตลาดบางส่วน 

รีวิวร้านอาหารเซน

ภาพจาก goohiw

ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร ZEN ที่มีคาดว่าจะมีกำไรปี 2020 นี้อาจะเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วยังลุยขยายสาขาเพิ่มรวมทุกแบรนด์กว่า 260 สาขา พร้อมเปิดแบรนด์ร้านใหม่ในเครือ เป็นร้านอาหารจีนจานด่วนชื่อร้าน “ดินส์” และคาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 300 ล้านบาท

โดยนายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้ว่า 

“เรามองว่า ดินส์ เป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกระดับ จึงมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ภายในช่วง 3 ปีนับจากนี้ และมีแผนเตรียมความพร้อมด้านทีมงานเพื่อขยายสาขาด้วยโมเดล แฟรนไชส์ ในอนาคต คาดว่าจะได้รับความสนใจที่ดีจากผู้ที่ต้องการลงทุนเปิดร้านอาหาร”

ร้านอาหารดินส์

ภาพจาก bangkokpost

จะเห็นได้ว่าแบรนด์ใหญ่ๆอย่างร้านอาหาร ZEN พยายามที่จะเปิดแบรนด์ใหม่เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ที่สามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกระดับ 

ซึ่งผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างคุณที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำกิจการ จึงสามารถย  กระดับสถานะตัวเองเพื่อดึงดูดลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าที่เป็น “ต้นฉบับ” มากขึ้น ซึ่งมันก็จะต้องสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริงด้วย  

อ่านบทความอื่น ๆ :

✔ สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรานำมาฝากกัน ยังมีเคล็ดลับอีกมากมายในการสร้างแบรนด์ อย่าลืมหาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมให้ดีน้าาา

ส่งท้ายคือ คุณต้องนึกถึงคำว่าแบรนด์เสมอเมื่อสื่อสารกับลูกค้า ถ้ายอดขายยังไม่ได้ตามเป้าหมาย อยากให้คุณอย่าพึ่งเสียกำลังใจจนถึงขั้นต้องลดระดับแบรนด์ของคุณด้วยการลดราคาตามอำเภอใจ จงยึดมั่นในราคานั้น ๆ และลองเสนอราคามากกว่าการลดราคา 

ควรจะรู้จักใช้โปรโมชั่นในบางโอกาสอย่างเหมาะสม และควรใช้แค่ในการเสริมสร้างพันธกิจของแบรนด์ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่จะเริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเองนะคะ 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

บทความอื่น ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *