7 ข้อที่ควรเช็ก ก่อนเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือร้าน Pet Shop

7 ข้อที่ควรเช็ก ก่อนเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือร้าน Pet Shop

✎ เขียนและ Published เมื่อ 18/10/2020 (อัปเดตล่าสุดตามที่ขึ้นใต้หัวข้อ)

ไหนมีใครเป็นคนคลั่งรักน้องหมาน้องแมวกันบ้างคะ? หรือบางคนอาจจะรักสัตว์ตัวอื่น ๆ ซึ่งมีหลายชนิดและอาจจะมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายเพราะเลี้ยงมาเยอะ ด้วยความรักสัตว์ของคุณที่อยู่ในจิตวิญญาณ มันอาจจะเป็นหนทางในการเริ่มประกอบธุรกิจ เปิดร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงหรือร้าน Pet shop ก็ได้นะ

แต่ก่อนที่จะเปิดร้าน ควรต้องเช็กลิสต์ก่อนว่า คุณเองมีคุณสมบัติและทรัพยากรเหมาะสมที่จะเปิดร้านหรือไม่.. หากต้องการทราบว่าควรเช็กอะไรบ้าง ตามมาดูคอนเทนต์นี้กันค่ะ

INFO 7 ข้อที่ควรเช็ก ก่อนเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือร้าน Pet Shop

INFO – 7 ข้อที่ควรเช็ก ก่อนเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือร้าน Pet Shop

1. เช็กข่าวสารก่อนเปิด

ก่อนที่จะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ เราต้องเช็กข่าวสารก่อนว่าแนวโน้มของการเปิดร้านประเภทนี้ มีโอกาสที่จะเติบโตมากแค่ไหน เปิดไปแล้วจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปเรื่อย ๆ ได้หรือไม่ เรื่องนี้ผู้เขียนได้เช็กมาให้แล้วค่ะ

สำหรับปี 2022 – 2023 นี้ บริษัทมาร์ส ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ‘วิสกัส’ ได้ออกมาบอกว่า “ตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2022 นี้มีมูลค่าสูงถึง 4.18 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง” (อ้างอิง : prachachat)

เพราะช่วงโควิด 19 ที่ผ่านมาผู้คนนิยมหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เริ่มมีปรากฏการณ์ Pet Humanization หรือที่เรียกกว่าเป็นพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ให้เหมือนกันสมาชิกในครอบครัว นิยมซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียม รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง

ถ้าถามว่า เปิดร้าน Pet Shop ดีไหม? 

📝 นักธุรกิจท่านใดที่มีแพลนจะเปิดร้าน Pet Shop ช่วงนี้ นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี และควรเปิดค่ะ

2. เช็กงบประมาณการลงทุน

คำถามของคนเริ่มต้นธุรกิจที่สงสัยกันมากที่สุดนั่นก็คือ เปิดร้าน Pet shop ลงทุนเท่าไหร่? เราจะนำคำตอบมาให้เราที่ทราบนะคะ

  • ราคาการเช่าพื้นที่

ถ้าคุณมีพื้นที่เป็นของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น่ายากเกินไปที่จะเปิดร้านเลยค่ะ แต่ถ้าหากคุณต้องเช่าตึกพาณิชย์หรือเช่าพื้นที่ขายของ 1 ล็อก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลด้วยนะ

  • ราคาการซื้อของสต็อก

การซื้อของสต็อกในร้าน ควรซื้อเยอะ ๆ ไว้ก่อน สต็อกของในเยอะที่สุด เพื่อที่ร้านของคุณจะได้มีสินค้าครบครันตอบโจทย์ลูกค้า ราคาซื้อสินค้าจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 – 150,000 บาท

  • ราคาชั้นวางสินค้า/อุปกรณ์เปิดร้าน

ก่อนจะเปิดร้าน แน่นอนว่าทุกร้านต้องซื้อชั้นวางสินค้าและอุปกรณ์เปิดร้านก่อน ผู้เขียนเช็กมาให้แล้วค่ะ ราคาชั้นวางสินค้า+เคาน์เตอร์แบบครบเซต อยู่ที่ประมาณ 40,000 – 100,000+ บาท (PS. ราคาขึ้นอยู่สเปกชั้นวางสินค้าและขนาดของร้าน)

ถ้าทุกคนอยากประหยัดงบ หากเป็นขนาดร้านเริ่มต้นในตึก 1 คูหา/ห้องขนาดเล็ก เราแนะนำให้ซื้อชุดกลางห้อง และชั้นริมผนังไว้ก่อนก็ได้ค่ะ เมื่อธุรกิจเริ่มได้กำไรมากขึ้น ก็ค่อย ๆ ต่อเติมได้

ตัวอย่างเซตชั้นวางสินค้าร้านเพ็ทช็อป

  • ร้าน Memo Pet Shop
แบบร้านเพ็ทช็อป ราคาไม่เกิน 50,000 บาท

ดูบทความเรื่องนี้คลิก → BIGBEST รวมราคาชั้นวางสินค้า เริ่มต้นไม่เกิน 30,000-90,000 บาท

เซตวางสินค้ากลางห้อง ชั้นริมผนัง และเคาน์เตอร์คิดเงินครบเซต ในตึก 1 คูหา ทั้งหมดนี้ราคาประมาณ 4x,xxx บาท เตรียมเงินไว้ 50,000 บาท มีทอน! (PS.ราคาสำหรับชั้นวางสินค้าที่รับน้ำหนัก 30 kg/ชั้น)

💬 เป็นชั้นวางสินค้าสำเร็จรูป ที่มีสต็อกใน 10 สาขาของร้าน บิ๊กเบสอุปกรณ์มาร์ท หนึ่งในเครือบริษัทของ PN ซึ่งชั้นวางสินค้าแบบหลังตาข่ายจะมีราคาถูกที่สุด โดยคุณสามารถเปลี่ยนสีเสาได้ ราคาจะเท่าเดิม แต่หากต้องการเปลี่ยนสีแผ่นชั้น เปลี่ยนแผ่นหลัง ราคาจะสูงขึ้นไปอีกค่ะ

เช็กราคาชั้นวางสินค้าสำเร็จรูป คลิกเลย → ชั้นวางสินค้าสำเร็จรูป by BigBest

  • ร้านเพ็ทช็อป โรงพยาบาลสัตว์บ้านแก้ว
Bankaew Animal Hospital Pet Shop Ideas

ดูแบบร้านนี้เพิ่ม คลิกบทความเรื่องนี้เลย → PN Steel ไอเดีย 4 แบบร้าน Pet shop จากลูกค้า PN

เซตชั้นวางสินค้าในห้องขนาดใหญ่ ราคารวมทั้งหมดประมาณ 100,000+ บาท เป็นราคาสำหรับชั้นวางสินค้าสั่งผลิตให้ตัวชั้นวางเป็นสีดำพรีเมียมทั้งหมด แผ่นหลังด้านหลังเป็นแบบทึบและพันช์ชิ่ง เพิ่มกล่องไฟสำหรับใส่ป้ายแบรนด์ได้ ด้วยขนาดและการสั่งผลิตทำให้ชั้นวางสินค้าแบบนี้มีราคาแพงกว่า

💬 เป็นชั้นวางสินค้าสั่งผลิตพิเศษ ที่ต้องใช้ออกแบบชั้นวางสินค้าและวางแปลนใหม่ให้เหมาะสมกับขนาดร้านและความต้องการของลูกค้า ชั้นแบบนี้จะมีความเรียบหรู เหมาะกับร้านที่ต้องการความสวยงามทันสมัย หากผู้อ่านต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ PN ได้ที่ปุ่มด้านล่างนะคะ

#แนะนำสิ่งดี ๆ

💬 สำหรับใครที่อยากปรึกษาเรื่องชั้นวางสินค้า เคาน์เตอร์ และอุปกรณ์ร้านค้า สำหรับเปิดร้านขายอาหารสัตว์ ร้าน Pet Shop และอยู่จังหวัดใกล้เคียง 10 จังหวัดในสาขาของ ‘BIGBEST อุปกรณ์มาร์ท’ ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี นครปฐม นครสวรรค์ บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร และศรีสะเกษ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเว็บไซต์และทักหาแอดมินของบิ๊กเบสได้ที่ช่องทางด้านล่างเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

☟ คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อดูเว็บไซต์/ติดต่อ ☟

💬 ส่วนใครที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง 10 จังหวัด หรือต้องการเปิดร้านที่เป็นชั้นวางสั่งผลิตตามความต้องการ ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเว็บไซต์ ‘บริษัท PN Steel’ สำนักงานใหญ่ ที่รับออกแบบวางแปลนชั้นวางสินค้า เคาน์เตอร์ และอุปกรณ์ร้านค้าสั่งผลิต นอกจากนี้เรายังมีเซลล์ประจำภาค และมีดีลเลอร์ทั่วประเทศ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับแอดมินก่อนได้ค่ะ

☟ คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อดูเว็บไซต์/ติดต่อ ☟

✎ แต่ถ้าหากคุณอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดร้าน Pet Shop สามารถอ่านประสบการณ์ตรงจากคนที่เปิดร้านจริง ๆ ได้ที่นี่ ☛  เปิดร้าน Pet Shop อย่างไร? ให้ประสบความสำเร็จ [ฉบับคนรุ่นใหม่] 

3. เช็กข้อดีและข้อด้อย

ถ้าถามว่าเปิดร้าน Pet Shop ดีไหม เราจะลองลิสต์ข้อดีและข้อด้อยของการเปิดร้านประเภทนี้ขึ้นมาให้ดูกันว่าหากคุณเปิดแล้วจะมีจุดไหนควรพิจารณาบ้าง

ข้อดี เช่น

  • มีความอิสระในการเลือกผลิตภัณฑ์และคัดสรรเข้ามาขายได้เอง 
  • ได้เป็นคนกำหนดเองทั้งหมดว่าจะเอางบไปจัดสรรไว้ตรงไหนบ้าง
  • เมื่อเป็นธุรกิจของตัวเอง คุณมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการเสนอบริการลูกค้าในแบบที่คุณต้องการ
  • บางคนอาจจะเคยมีหัวหน้าในการกำหนดทุกอย่างในการทำงาน แต่เมื่อเปิดร้านเอง คุณจะไม่ถูกจำกัดกรอบจากคนอื่น
  • สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เป็นสินค้าจำเป็นต้องซื้ออยู่เป็นประจำ คุณจึงจะสามารถขายได้เรื่อย ๆ
  • สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยาวนาน ปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย ไม่มีตกเทรนด์
girl choosing bag for little puppy

ข้อด้อย เช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการลงทุน การเปิดธุรกิจแบบนี้จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก เพราะถ้าคุณอยากที่จะเปิดธุรกิจในขนาดเล็กที่ต้องเริ่มต้นกับค่าใช้จ่ายจำนวนน้อย ๆ มันอาจจะไม่เพียงพอกับการเปิดร้านขายอาหารสัตว์ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะเปิดร้านแบบนี้จริง ๆ ก็มีช่องทางมากมายในการจัดหาเงินทุนสำหรับธุรกิจของคุณในสินเชื่อธนาคาร อีกอย่างต้องคำนวนรายรับ รายจ่ายให้ดีว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่
  • กำไร สำหรับอาหารสัตว์นั้น บริษัทจะให้กำไรอยู่ที่ 5-10% เพราะถ้าอยากให้มีกำไรที่สูงกว่านี้จะขายยาก เพราะจะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพงสำหรับลูกค้า เราจึงคิดว่ากำไรต่อชิ้นมันจะต้องน้อยมาก ซึ่งมันจะคุ้มค่ากับที่คุณลงทุนไปรึเปล่า? อันนี้คุณก็ต้องลองคิดดู
  • ขอบเขตของร้าน ถ้าคุณเปิดร้านขายอาหารสัตว์แล้วคุณตั้งใจแค่จะขายอาหารสัตว์อย่างเดียว มันคงยากที่จะเรียกลูกค้าจำนวนมากให้เข้ามาในร้านได้ สิ่งที่อยากแนะนำคือ คุณควรศึกษาเรื่องอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์ ยาสำหรับรักษาสัตว์ ให้คำปรึกษาด้านการดูแล การผสมหรือเพาะพันธุ์ รวมถึงศึกษาเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อที่จะได้ต่อยอดธุรกิจของคุณให้ไม่ขาดทุน แต่ยังเติบโตไปได้ในอนาคต

📝 ลองนำไปข้อดีกับข้อด้อยเหล่านี้ พิจารณากับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ทำเลที่ตั้งที่คุณวางแผนไว้หรือชุมชนที่คุณอยากจะเปิดร้าน ว่ามันเหมาะสมสอดคล้องกับผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับหรือไม่

4. เช็กคู่แข่งรอบข้าง

คู่แข่งของคุณ มีแหล่งอื่นอีกมากมายที่ลูกค้าจะสามารถซื้ออาหารสัตว์และบริการต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ร้านเพ็ทช็อปเจ้าอื่น เช็กให้ชัวร์ว่าทำเลที่ตั้งมีคู่แข่งที่เป็นร้านเพ็ทช็อปอื่น ๆ อยู่ใกล้กันหรือเปล่า หากชุมชนของคุณไม่มีร้านขายอาหารสัตว์เจ้าอื่นเลยมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีในการเปิดร้านบริเวณนั้น
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต ลูกค้าบางคนไม่ได้ต้องการเจาะจงอะไรมากมายที่จะซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง พวกเขาอาจจะต้องการซื้อยี่ห้ออะไรก็ได้ เมื่อนั่งรถไปถึงซูเปอร์มาเก็ตแล้ว ส่วนใหญ่คนเราเวลาซื้อไปของก็จะซื้อทีเดียว แต่ซื้อครอบคลุมทุกอย่างภายในบ้าน อาหารสัตว์ก็เช่นกัน
  • ร้านเพ็ทช็อปใหญ่ ๆ  ร้านแบบนี้อาจจะมีสินค้าเยอะมากกว่าเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจรมากกว่า สิ่งที่คุณต้องคำนึงเลยก็คือ ทำเลที่ตั้งของคุณจะต้องไม่อยู่ใกล้กับร้านใหญ่ ๆ นี้ เพราะมันจะทำให้ลูกค้าเข้ามาที่ร้านของคุณยากไปอีก หรือถ้าอยู่ใกล้กัน คุณควรจะมั่นใจว่าคุณมีอะไรดีมากกว่าในสิ่งที่เขาขาด
  • บริษัทเจ้าของแบรนด์และร้านค้าออนไลน์ สมัยนี้มันเป็นยุคที่สามารถส่งของได้ง่ายดายด้วยดิลิเวอรี่ ลูกค้าต้องการซื้ออะไร เพียงแค่ค้นหาในแอปพลิเคชั่น ก็สามารถสั่งสินค้ามาส่งที่หน้าบ้านได้แล้ว แค่ใช้ปลายนิ้วสั่งซื้อสินค้าในแอป มันจะยากสำหรับคุณไปอีก ถ้าลูกค้าไม่ต้องการออกจากบ้าน

สิ่งที่คุณจะต้องปรับก็คือ หากลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ คุณก็ต้องทำช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพวกเขาและเป็นการโปรโมทร้านของคุณด้วยการตลาดไปในตัว 

มีอีกอย่างที่อยากจะแนะนำคือ การจัดร้านค้าของคุณ หากคุณใช้ไฟในให้สว่างมากพอ จัดของให้เป็นระเบียบน่ามอง สต็อกสินค้าในปริมาณที่เหมาะสม มีการตกแต่งและวางแผนผังร้านให้ลูกค้าอยากที่จะเดินเข้าไปในร้าน สิ่งนี้จะเพิ่มความได้เปรียบให้ร้านของคุณได้

5. เช็กความแตกต่างของร้าน

การที่คุณจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ ถ้าหากเปิดให้เหมือนกับร้านทั่วไปที่เขาเปิดกันมา แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่โดดเด่นให้ดึงดูดใจ ลูกค้าอาจจะคิดว่า “ซื้อร้านไหน ๆ ก็เหมือนกัน” หากคุณไม่มีอะไรที่มันแตกต่างจากคนอื่น ดังนั้นก็เป็นไปได้ยากที่เปิดแล้วยอดขายจะเป็นไปตามเป้า

  • การนำผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการที่ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้าน Pet Shop ขนาดใหญ่
  • หาอะไรที่มาขายแล้วมันไม่เหมือนร้านขายอาหารสัตว์ทั่ว ๆ ไป
  • หาบริการใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและร้านอื่นไม่ทำ

ตัวอย่างเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณได้เปรียบ หากคุณจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ จึงควรศึกษาข้อมูล หาสินค้าใหม่ ๆ รวมถึงสำรวจร้านใหญ่ ๆ บริเวณใกล้เคียงว่าเขามีอะไรและขาดอะไร หลังจากนั้นก็นำมาปรับใช้กับร้านของตัวคุณเอง

📝 อย่าลืมที่จะ “ค้นหาความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร้าน”

อาจจะตกแต่งร้านเพื่อให้มีความแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ น่าเข้าไปช้อปมากขึ้นก็ได้นะ

อ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม คลิก

6. เช็กความความเชี่ยวชาญของคุณเอง

บรรดาพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงในยุคนี้ มักจะมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถแยกแยะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาซื้อ รวมถึงบริการที่ต้องการ พวกเขามีแนวโน้มจะไปร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีผู้เชี่ยวชาญในการตอบคำถามและปัญหาให้เขามากกว่าที่จะไปเดินซื้อจากซูเปอร์มาเก็ตที่มีเพียงพนักงานขายและพนักงานสต็อกของ ที่มักจะไม่ค่อยมีความรู้อย่างละเอียดลงลึกเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ

ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์อย่างลึกซึ้งมากพอ ก็เป็นเรื่องง่ายดายที่คุณจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องนี้มากพอล่ะก็ คุณอาจจะต้องพิจารณาใหม่ว่าควรเปิดดีหรือไม่ควรเปิด

expertise that should have for opening pet shop

อีกกรณีหนึ่ง คุณอาจจะมีความรู้มาประมาณนึงซึ่งมันอาจจะไม่ลงลึก สิ่งที่คุณควรทำคือคุณต้องศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบเกี่ยวกับสัตว์และอาหารสัตว์ พร้อมทั้งยังต้องอัปเดตข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ในปัจจุบันว่า

  • ตอนนี้ผู้คนนิยมซื้อสินค้าแนวไหน?
  • มีอาหารสัตว์แบบใหม่ใดบ้างที่น่าสนใจ
  • ช่วงนี้มีโรคของสัตว์แบบใดที่คุณควรจะนำอาหารนั้น ๆ มาให้สัตว์เลี้ยงกิน เพื่อป้องกันการเกิดโรค

หากคุณกังวลว่าตัวคุณมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์เพียงพอหรือยัง คุณอาจจะต้องลองไปทำงานที่คลินิกรักษาสัตว์หรือทำงานที่เพ็ทช็อปใหญ่ ๆ ลองดูก่อน เพราะการที่คุณมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากพอ สิ่งนี้จะทำให้การเปิดร้านของคุณไม่มีประสิทธิภาพ

หากคุณได้ไปทำงานคลุกคลีกับสัตว์ในหลาย ๆ ประเภท จะทำให้คุณมีความรู้ติดตัวเฉพาะทางบางอย่างกับคนที่เชี่ยวชาญมากกว่า ยิ่งเรียนรู้ให้มาก ๆ เท่าไหร่ยิ่งดี ที่สำคัญคุณจะได้ประสบการณ์เรื่องบริการลูกค้าที่ดีขึ้นด้วยนะ

📝 ความเชี่ยวชาญจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี

7. เช็กเรื่องโฆษณาและการตลาด

สำหรับร้านใหญ่ ๆ ที่เขามั่นคงในธุรกิจนี้แล้ว เขาก็จะมีงบประมาณสำหรับโปรโมทโฆษณาและทำการตลาดแบบมหาศาล คุณต้องคิดว่าคุณจะสามารถโปรโมทร้านของคุณให้เป็นที่รู้จักในงบที่มีจำนวนจำกัดได้ไหม? เพราะฉะนั้นการหาวิธีโปรโมทร้านที่มีต้นทุนต่ำแต่ชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

  • สร้างแบรนด์และทำการตลาด ก่อนที่คุณจะไปโปรโมทร้านของคุณได้ คุณต้องตั้งชื่อร้าน สร้างโลโก้ให้เป็นที่จดจำ “สร้างแบรนด์” ร้านของคุณให้เป็นเอกลักษณ์ หลังจากนั้นก็ต้องมีเรื่องการตลาดเข้ามาพร้อมกับคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและมาซื้อของที่ร้านเราเป็นประจำ
  • ใช้โซเชียลมีเดีย คุณอาจจะเริ่มจากการใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ โดยที่เริ่มจากการเขียนบล็อกสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ ทำวิดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ลงใน Youtube เพื่อให้ผู้คนเข้ามาติดตามคุณ โดยอาจจะใช้เงินโปรโมทจำนวนเล็กน้อยโดยกำหนดให้โฆษณาแค่ในพื้นที่ของคุณ ก็เป็นการลงทุนที่น่าสนใจมากทีเดียว
  • ทำนามบัตร ขึ้นมาแล้วแจกให้คนในชุมชนของคุณ ละแวกที่คุณเปิดร้านอาจจะมีคนสูงอายุหรือบางคนที่ไม่ค่อยใช้โซเชียลมีเดียก็ได้ คุณควรทำนามบัตรร้านของคุณไปแจกกับคนในชุมชน ถ้าบริเวณนั้นมีตลาด คุณก็เอานามบัตรเข้าไปแจกได้ เพื่อกระจายข่าวให้เขารับรู้ว่ามีร้านของคุณอยู่แถวนั้น

วิดีโอ 8 ข้อควรรู้ เปิดร้าน Pet Shop

YouTube Channel : PN Storetailer

ทิ้งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่อ่านมาจนครบทุกข้อแล้ว มีข้อไหนบ้างที่คุณติดขัดและคิดว่าจะทำไม่ได้ ยังไงก็พิจารณาให้ดีอย่างถี่ถ้วนนะคะ แต่ถ้าเช็กลิสต์ทุกข้อแล้ว คุณมีความพร้อมทุกอย่างที่ว่ามา และมันไม่มีอุปสรรคอะไรสำหรับคุณเลย คุณก็ลุยไปเลยค่ะ!  🙂 ใครที่ไม่อยากอ่านยาว ๆ เราเขียนสรุปมาให้ดังนี้

1. เช็กข่าวสารก่อนเปิด ⎯ อัปเดตข่าวสารการเติบโตของธุรกิจก่อนตัดสินใจเปิดร้าน

2. เช็กงบประมาณการเปิดร้าน ⎯ ดูงบประมาณที่คุณมีว่ามีเพียงพอสำหรับเปิดร้านขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่จึงจะเหมาะสม

3. เช็กข้อดีและข้อด้อย ⎯ ลิสต์ข้อดีข้อด้อยออกมา และดูว่าสอดคล้องกับผลประโยชน์ที่จะได้รับหรือไม่

4. เช็กคู่แข่ง  ⎯ เช็กทำเลโดยรอบว่ามีคู่แข่งอยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่า และดูว่าเขามีอะไร/ขาดอะไร เราก็นำจุดนั้นมาเติมเต็มในร้านของเรา

5. เช็กความแตกต่างของร้าน ⎯ หาความแตกต่างและจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในร้านของคุณให้ได้

6. เช็กความความเชี่ยวชาญของคุณเอง ⎯ ควรมีความรู้มากพอเกี่ยวกับสัตว์และสินค้าที่จะนำมาขาย เพราะลูกค้าปัจจุบันนิยมซื้อสินค้ากับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า

7. เช็กเรื่องโฆษณาและการตลาด ⎯ สร้างแบรนด์ด้วยโลโก้ร้านค้าให้น่าจดจำ โปรโมทร้านผ่านโซเชียลมีเดีย หรือทำนามบัตรเพื่อแจกผู้คนโดยรอบ

และเมื่อเปิดธุรกิจนี้แล้ว สิ่งที่ควรคำนึงเลยคือคุณต้องอัปเดตอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ เมื่อถึงจุดนึงที่ร้านคุณไปได้ดี คุณควรจะหาบริการต่าง ๆ เข้ามาเสริม เช่น อาบน้ำ-ตัดขน, บริการรับฝากเลี้ยง, คาเฟ่น้องหมาหรือคาเฟ่น้องแมว สิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปอีกมากในอนาคตค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  • Requirements Before Opening a Pet Store by thebalancecareers
  • อาหารสัตว์เลี้ยง โตไม่หยุด ‘วิสกัส’ เพิ่มงบย้ำเจ้าตลาด prachachat.net
  • เปิดร้าน Pet Shop กำไร พออยู่ได้ไหม by pantip

ใส่ความเห็น