เช็คกันสักนิด..หากคิดจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ 

เปิดร้านขายอาหารสัตว์

ไหนมีใครเป็นคนคลั่งรักน้องหมาน้องแมวกันบ้างคะ? หรือบางคนอาจจะรักสัตว์ตัวอื่น ๆ ซึ่งมีหลายชนิดและอาจจะมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายเพราะเลี้ยงมาเยอะ

ด้วยความรักสัตว์ของคุณที่อยู่ในจิตวิญญาณ

มันอาจจะเป็นหนทางในการเริ่มประกอบธุรกิจร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงก็ได้นะ 

ข้อมูลสถิติธุรกิจอาหารสัตว์

นอกจากความสนุกสนานที่เป็นความพึงพอใจส่วนตัวในการที่จะได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่ตัวเองรักที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารสัตว์มีแนวโน้มจะเป็นธุรกิจที่เติบโตในอนาคต

เพราะยุคนี้มีหลายคน หลายครอบครัว ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นอย่างมาก รวมถึงมีข้อมูลว่าธุรกิจขายอาหารสัตว์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และพร้อมจะดันให้เติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีก

คนรักสัตว์

อ้างอิงข้อมูลธุรกิจขายอาหารสัตว์จาก นายวรุณ อัตถากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด(มหาชน) หรือ PPPM ที่บอกว่า

“แนวโน้มผลประกอบการธุรกิจขายอาหารสัตว์ในปี 2563 จะเป็นบวก หลังจากที่ปี 2562 บริษัทสามารถสร้างยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ ราว 2,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 10% จากปีก่อนหน้า”  (อ้างอิงจาก kaohoon

ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมานี้อาจส่งผลให้ใครหลายคนอยากที่จะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ขึ้นมา แต่.. ก่อนที่คุณจะไปเปิดร้าน เรามีข้อฉุกคิดบางอย่าง ที่อยากให้คุณพิจารณาก่อนสักหน่อยว่า ควรจะเปิดดีไหม?  ไปดูนะคะว่าควรพิจารณาในเรื่องใดบ้าง 

1. ข้อดีของการเปิดร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง

เปิดร้านขายอาหารสัตว์

การที่คุณได้มาเปิดร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงเองนั้นมี ‘ข้อดี’ หลายอย่างเลยค่ะ 

  • คุณจะมีความอิสระในการเลือกผลิตภัณฑ์และคัดสรรเข้ามาขายได้เอง 
  • คุณจะได้เป็นคนกำหนดเองทั้งหมดว่าจะเอางบไปจัดสรรไว้ตรงไหนบ้าง 
  • บางคนอาจจะเคยมีหัวหน้าในการกำหนดทุกอย่างในการทำงาน แต่เมื่อคุณเปิดร้านเอง คุณจะไม่ถูกจำกัดกรอบจากคนอื่น
  • คุณมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการเสนอบริการที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในชุมชนในละแวกที่คุณเปิดร้าน 

ซึ่งข้อดีเหล่านี้ คุณอาจจะลองนำไปพิจารณากับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ทำเลที่ตั้งที่คุณวางแผนไว้หรือชุมชนที่คุณอยากจะเปิดร้าน ว่ามันเหมาะสมสอดคล้องกับผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับหรือไม่ 

2. ค้นหาความแตกต่างที่ลูกค้าหาไม่ได้จากที่อื่น 

การที่คุณจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ ถ้าหากเปิดให้เป็นเหมือน ๆ กับร้านทั่วไปที่เขาเปิดกันมา แน่นอนค่ะว่ามันไม่มีอะไรที่โดดเด่นให้ดึงดูดใจ (แต่หากคุณอยากสร้างความดึงดูดใจใหม่ ๆ ให้ลูกค้า ลองอ่านบทความนี้สิคะ11 ไอเดียสุดครีเอท ตกแต่งร้าน Pet Shop ยังไงให้น่าจดจำ )

ลูกค้าอาจจะคิดว่า “ซื้อร้านไหน ๆ ก็เหมือนกัน” หากคุณไม่มีอะไรที่มันแตกต่างจากคนอื่น

ดังนั้นก็เป็นไปได้ยากที่เปิดแล้วยอดขายจะเป็นไปตามเป้า เพราะอย่างนี้นี่เอง การนำผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการที่ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้าน Pet Shop ขนาดใหญ่ หรือหาอะไรที่มาขายแล้วมันไม่เหมือนร้านขายอาหารสัตว์ทั่ว ๆ ไป ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณได้เปรียบ 

เปิดร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง

ภาพจาก sfgate.com

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่มักจะให้อาหารแมวที่ปราศจากธัญพืชหรือ Grian Free  ซึ่งเป็นสูตรอาหารแมวที่เหมาะกับแมวที่ผิวแพ้ง่าย เป็นโรคภูมิแพ้อาหาร รวมถึงแมวที่ย่อยอาหารยาก จึงทำให้ลูกค้ามักจะซื้ออาหารแมวจากร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ

เนื่องจากร้านค้าเล็ก ๆ มักจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบองค์รวมและหลากหลาย หากคุณจะเปิดร้านอาหารสัตว์ จึงควรศึกษาข้อมูล หาสินค้าใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีร้านไหนเอามาขาย

รวมถึงสำรวจร้านใหญ่ ๆ บริเวณใกล้เคียงว่าเขามีอะไรและขาดอะไร หลังจากนั้นก็นำมาปรับใช้กับร้านของตัวคุณเอง

Tips ★

หรือคุณอาจจะต้องเริ่มวางแผนออกแบบร้านให้น่าดึงดูดและดูมีอาหารสัตว์ที่หลากหลายตั้งแต่แรก ดูได้จากตัวอย่างร้าน Pet Shop ด้านล่าง ที่มีอาหารสัตว์เยอะมาก ๆ และร้านก็ดูน่าเข้าไปซื้อมากด้วยค่ะ

ภาพ : ชั้นวางสินค้าร้าน Pet Shop by PN Steel Product

3. ลองทำงานที่ร้านเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเพื่อเรียนรู้

หากคุณกังวลว่าตัวคุณมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์เพียงพอหรือยัง คุณอาจจะต้องลองไปทำงานที่ร้านขายสัตว์, คลินิกเกี่ยวกับสัตว์ หรือร้านเพทช็อปดูก่อน (ถ้าคุณสนใจที่จะเปิดธุรกิจนี้มากจริง ๆ น่ะนะ) เพราะการที่คุณมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากพอ มันจะทำให้การเปิดร้านของคุณไม่มีประสิทธิภาพ 

ลองไปทำงานที่ร้านเพ็ทช็อป

ลองคิดภาพตามนะคะว่า ถ้าคุณเปิดร้านจริง ๆ สมมติว่า วันหนึ่งลูกค้าเข้ามาถามว่า “นกแก้วควรกินอาหารแบบไหนคะ?” “ปลาทองเป็นโรคควรใช้อะไรรักษา”

ถ้าคุณมีความรู้ไม่มากพอจนตอบคำถามหรือแนะนำลูกค้าไม่ได้ ร้านของคุณจะหมดความน่าเชื่อถือไปเลย

ฉะนั้นหากคุณได้ไปทำงานคลุกคลีกับสัตว์ในหลาย ๆ ประเภท จะทำให้คุณมีความรู้ติดตัวเฉพาะทางบางอย่างกับคนที่เชี่ยวชาญมากกว่ายิ่งเรียนรู้ให้มาก ๆ เท่าไหร่ยิ่งดี

ที่สำคัญคุณจะได้ประสบการณ์เรื่องบริการลูกค้าที่ดีขึ้นด้วยนะ 

4. ความเชี่ยวชาญจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ 

บรรดาพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงในยุคนี้ มักจะมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น พวกเขาสามารถแยกแยะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ

รวมถึงบริการที่ต้องการและมีแนวโน้มจะไปร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีผู้เชี่ยวชาญในการตอบคำถามและปัญหาให้เขา มากกว่าที่จะไปเดินซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีเพียงพนักงานขายและพนักงานสต็อกของ ซึ่งมักจะไม่ค่อยมีความรู้อย่างละเอียดลงลึกเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ 

ทำงานที่เกี่ยวกับสัตว์

ดังนั้นถ้าคุณมั่นใจว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์อย่างลึกซึ้งมากพอ ก็เป็นเรื่องง่ายดายที่คุณจะเปิดร้านอาหารสัตว์ แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องนี้มากพอล่ะก็ คุณอาจจะต้องพิจารณาใหม่ว่าควรเปิดดีหรือไม่เปิดดี 

อีกกรณีหนึ่ง คุณอาจจะมีความรู้มาประมาณนึง(ซึ่งมันอาจจะไม่ลงลึก) สิ่งที่คุณควรทำคือคุณต้องศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบเกี่ยวกับสัตว์และอาหารสัตว์ พร้อมทั้งยังต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ในปัจจุบันว่า 

  • ตอนนี้ผู้คนนิยมซื้อสินค้าแนวไหน?
  • มีอาหารสัตว์แบบใหม่ใดบ้างที่น่าสนใจ
  • ช่วงนี้มีโรคของสัตว์แบบใดที่คุณควรจะนำอาหารนั้น ๆ มาให้สัตว์เลี้ยงกิน เพื่อป้องกันการเกิดโรค 

นี่คือตัวอย่างบางประการที่คุณควรศึกษา และยังมีอีกมากที่คุณต้องหาความรู้ หากคุณสนใจจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์จริง ๆ คุณต้องทำการบ้านอย่างหนักเลยทีเดียวค่ะ 

5. จุดด้อยที่ควรพิจารณา

woman holding cute dog pet shop

ในเรื่องของจุดด้อยนั้น คุณต้องพิจารณาหลายอย่างแล้วคิดทบทวนให้ดีว่าควรจะไปต่อรึเปล่า ซึ่งเราได้ลิสต์มาให้ลองทบทวนดังนี้ 

  • ค่าใช้จ่ายในการลงทุน

    การเปิดธุรกิจแบบนี้จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก เพราะถ้าคุณอยากที่จะเปิดธุรกิจในขนาดเล็กที่ต้องเริ่มต้นกับค่าใช้จ่ายจำนวนน้อย ๆ มันอาจจะไม่เพียงพอกับการเปิดร้านขายอาหารสัตว์

แต่ถ้าคุณต้องการที่จะเปิดร้านแบบนี้จริง ๆ ก็มีช่องทางมากมายในการจัดหาเงินทุนสำหรับธุรกิจของคุณในสินเชื่อธนาคาร อีกอย่างต้องคำนวนรายรับ รายจ่ายให้ดีว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ 

  • กำไร

    สำหรับอาหารสัตว์นั้น บริษัทจะให้กำไรอยู่ที่ 5-10% เพราะถ้าอยากให้มีกำไรที่สูงกว่านี้จะขายยาก

เพราะจะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพงสำหรับลูกค้า เราจึงคิดว่ากำไรต่อชิ้นมันจะต้องน้อยมาก ซึ่งมันจะคุ้มค่ากับที่คุณลงทุนไปรึเปล่า? อันนี้คุณก็ต้องลองคิดดู 

  • ขอบเขตของร้าน

    ถ้าคุณเปิดร้านอาหารสัตว์แล้วคุณตั้งใจแค่จะขายอาหารสัตว์อย่างเดียว มันคงยากที่จะเรียกลูกค้าจำนวนมากให้เข้ามาในร้านได้

สิ่งที่อยากแนะนำคือ คุณควรศึกษาเรื่องอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์ ยาสำหรับรักษาสัตว์ ให้คำปรึกษาด้านการดูแล การผสมหรือเพาะพันธุ์ รวมถึงศึกษาเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อที่จะได้ต่อยอดธุรกิจของคุณให้ไม่ขาดทุน แต่ยังเติบโตไปได้ในอนาคต 

  • คู่แข่ง

    ยังมีคู่แข่งอีกมากมายที่ไม่ใช่แค่ร้านขายอาหารสัตว์ด้วยกันเองที่จะมาแย่งลูกค้าไปจากคุณ ไปดูที่ข้อต่อไปกันค่ะว่าจะมีคู่แข่งแบบใดที่จะมาแข่งกับคุณบ้าง 

6. การแข่งขันกับร้านค้าใหญ่ ๆ

อย่างที่บอกนะคะ ว่าคู่แข่งไม่ใช่แค่ร้านขายอาหารสัตว์ทั่วไป หากชุมชนของคุณไม่มีร้านขายอาหารสัตว์เจ้าอื่นเลยมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีในการเปิดร้านบริเวณนั้น

ชั้นวางสินค้าในโรงพยาบาลสัตว์

ภาพจาก : ชั้นวางขายอาหารสัตว์ PN

แต่ต้องอย่าลืมนะคะว่ามีแหล่งอื่นอีกมากมายที่ลูกค้าจะสามารถซื้ออาหารสัตว์และบริการต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต ลูกค้าบางคนไม่ได้ต้องการเจาะจงอะไรมากมายที่จะซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง เขาอาจจะต้องการซื้อยี่ห้ออะไรก็ได้ เมื่อนั่งรถไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ส่วนใหญ่คนเราเวลาซื้อไปของก็จะซื้อทีเดียวแต่ซื้อครอบคลุมทุกอย่างภายในบ้าน อาหารสัตว์ก็เช่นกัน 
  • ร้านเพทช็อปใหญ่ ๆ เขาอาจจะมีสินค้าเยอะมากกว่าเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจรมากกว่า สิ่งที่คุณต้องคำนึงเลยก็คือ ทำเลที่ตั้งของคุณจะต้องไม่อยู่ใกล้กับร้านใหญ่ ๆ นี้ เพราะมันจะทำให้ลูกค้าเข้ามาที่ร้านของคุณยากไปอีก หรือถ้าอยู่ใกล้กัน คุณควรจะมั่นใจว่าคุณมีอะไรดีมากกว่าในสิ่งที่เขาขาด 
  • บริษัทเจ้าของแบรนด์และร้านค้าออนไลน์ สมัยนี้มันเป็นยุคที่สามารถส่งของได้ง่ายดายด้วยดิลิเวอรี่ ลูกค้าต้องการซื้ออะไร เพียงแค่ค้นหาในแอปพลิเคชั่น ก็สามารถสั่งสินค้ามาส่งที่หน้าบ้านได้แล้ว มันจะยากสำหรับคุณมากถ้าลูกค้าไม่ต้องการออกจากบ้าน แค่ใช้ปลายนิ้วสั่งซื้อสินค้าในแอพ มันช่างง่ายดายเหลือเกิน 
จัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง

สิ่งที่คุณจะต้องปรับก็คือ หากลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ คุณก็ต้องทำช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพวกเขาและเป็นการโปรโมทร้านของคุณด้วยการตลาดไปในตัว มีอีกอย่างที่อยากจะแนะนำคือ การจัดร้านค้า ของคุณ

หากคุณใช้ไฟในให้สว่างมากพอ จัดของให้เป็นระเบียบน่ามอง สต็อกสินค้าในปริมาณที่เหมาะสม มีการตกแต่งและวางแผนผังร้านให้ลูกค้าอยากที่จะเดินเข้าไปในร้าน มันก็จะเพิ่มความได้เปรียบให้เราได้ในส่วนนี้ 

7. งบโฆษณาและการตลาดที่จำกัด

ทำงานกับแมว

สำหรับร้านใหญ่ ๆ ที่เขามั่นคงในธุรกิจนี้แล้ว เขาก็จะมีงบประมาณสำหรับโปรโมทโฆษณาและทำการตลาดแบบมหาศาล คุณต้องคิดว่าคุณจะสามารถโปรโมทร้านของคุณให้เป็นที่รู้จักในงบที่มีจำนวนจำกัดได้ไหม?

เพราะฉะนั้นการหาวิธีโปรโมทร้านที่มีต้นทุนต่ำแต่ชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ 

  • สร้างแบรนด์และทำการตลาด ก่อนที่คุณจะไปโปรโมทร้านของคุณได้ คุณต้องตั้งชื่อร้าน สร้างโลโก้ให้เป็นที่จดจำ สร้างแบรนด์ ร้านของคุณให้เป็นเอกลักษณ์

หลังจากนั้นก็ต้องมีเรื่องการตลาดเข้ามาพร้อมกับคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและมาซื้อของที่ร้านเราเป็นประจำ 

  • คุณอาจจะเริ่มจากการใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ โดยที่เริ่มจากการเขียนบล็อกสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ ทำวิดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ลงใน Youtube เพื่อให้ผู้คนเข้ามาติดตามคุณ

โดยอาจจะใช้เงินโปรโมทจำนวนเล็กน้อยโดยกำหนดให้โฆษณาแค่ในพื้นที่ของคุณ ก็เป็นการลงทุนที่น่าสนใจมากทีเดียว 

  • ทำนามบัตรขึ้นมาแล้วแจกให้คนในชุมชนของคุณ ละแวกที่คุณเปิดร้านอาจจะมีคนสูงอายุหรือบางคนที่ไม่ค่อยใช้โซเชียลมีเดียก็ได้

คุณควรทำนามบัตรร้านของคุณไปแจกกับคนในชุมชน ถ้าบริเวณนั้นมีตลาด คุณก็เอานามบัตรเข้าไปแจกได้ เพื่อกระจายข่าวให้เขารับรู้ว่ามีร้านของคุณอยู่แถวนั้น 

8. การเช่าพื้นที่ 

ในการเช่าพื้นที่ปกติแล้วถ้าทำเลดี อยู่ในที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาอยู่เป็นประจำ พื้นที่นั้น ๆ อาจมีราคาสูงลิ่ว คุณควรจะคำนวนต้นทุนและบวกค่าเช่าที่ไปด้วยว่า

“ถ้าเปิดร้านจริงๆ คุณจะสามารถบริหารเงินให้มันลงตัวได้ไหม”

เพราะค่าเช่านี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องจ่ายในทุก ๆ เดือน ถ้ามันแพงเกินไปก็ไม่เป็นการดีเลยใช่ไหมล่ะคะ

ชั้นวางสินค้าร้าน Pet Shop

ภาพจาก : ชั้นวางสินค้า PN

แต่เราก็รู้กันดีว่าในภาวะเศรษฐกิจตอนนี้มีน้อยคนนักที่คิดจะเปิดร้านค้าต่าง ๆ ยิ่งเจ้าของตึกหรือร้านค้าปล่อยเช่า ก็คงอยากทำให้คนมาเช่าร้านให้ได้มากที่สุด ช่วงนี้เขาอาจจะลดราคาเช่าที่ลงจำนวนมาก คุณจึงต้อง “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส”

โดยการใช้ช่วงนี้ในการเปิดร้านขายอาหารสัตว์ของคุณ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้นในอนาคต มันก็จะเป็นช่วงกอบโกยสำหรับคุณแล้วนะคะ  แต่ถ้าคุณมีที่เป็นของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น่ายากเกินไปที่จะเปิดร้านเลยค่ะ อยู่ที่ว่าคุณจะบริหารให้ออกมาดีได้แค่ไหน 

 อ่านบทความเพิ่มเติม :

วิดีโอ 8 ข้อควรรู้ เปิดร้าน Pet Shop

YouTube Channel : PN Storetailer

✔ สรุป

เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่อ่านมาจนครบทุกข้อแล้ว มีข้อไหนบ้างที่คุณติดขัดและคิดว่าจะทำไม่ได้ ยังไงก็พิจารณาให้ดีอย่างถี่ถ้วนนะ แต่ถ้าเช็คลิสต์ทุกข้อแล้ว คุณมีความพร้อมทุกอย่างที่ว่ามา และมันไม่มีอุปสรรคอะไรสำหรับคุณเลย คุณก็ลุยไปเลยค่ะ!  🙂 

และเมื่อเปิดธุรกิจนี้แล้ว สิ่งที่ควรคำนึงเลยคือคุณต้องอัพเดทอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ เมื่อถึงจุดนึงที่ร้านคุณไปได้ดี คุณควรจะหาบริการต่าง ๆ เข้ามาเสริม

เช่น อาบน้ำ-ตัดขน, บริการรับฝากเลี้ยง, คาเฟ่น้องหมาหรือคาเฟ่น้องแมว สิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปอีกมากในอนาคตค่ะ 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

ภาพประกอบจาก : freepik

บทความอื่น ๆ ที่แนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *