9 ตัวอย่างธุรกิจสุดเจ๋งที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ

ตัวอย่างธุรกิจ

รูปแบบธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมใหม่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีธุรกิจต่าง ๆ กำลังเติบโตขึ้นอย่างมากมาย

แต่สิ่งสำคัญคือธุรกิจเหล่านี้มี “จุดขาย” เป็นของตัวเองที่โดดเด่นทำให้ธุรกิจของพวกเขาดำเนินต่อไปและสร้างกำไรได้มหาศาล 

บทความนี้เราจึงจะมาเล่าถึง “ตัวอย่างธุรกิจ” ที่ประสบความสำเร็จมาให้ทุกคนรู้ถึงจุดเด่นที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากที่อื่น รวมถึงการสร้างรายได้นั้นได้มากจากอะไร ให้คุณได้นำไปเป็นแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจของคุณกันค่ะ 

 

1. Airbnb

 
โมเดลธุรกิจ Airbnb

ตัวอย่างโมเดธุรกิจของ Airbnb / ภาพจาก whataventure

รู้จักแอร์บีเอ็นบี กันไหมคะ? หลายคนคงไม่ค่อยรู้จัก เพราะมันยังไม่ค่อยดังในประเทศไทยเท่าไหร่นัก แต่ถ้าคุณเป็นคนในแวดวงไอทีและสตาร์ทอัพก็คงจะเคยได้ยินมาบ้าง 

“แอร์บีเอ็นบี” เป็นสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการแบ่งปันที่พักที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก โดยมีที่พักก็มีให้คุณเลือกหลากหลาย ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักหมื่นบาทต่อคืน

และยังสามารถช่วยให้ผู้ที่ทำธุรกิจในด้านนี้สามารถมีรายได้ เพียงแค่คุณมีห้องว่างสักห้องคุณก็สามารถสร้างรายได้ผ่านแอร์บีเอ็นบีได้เลยล่ะค่ะ

แอร์บีเอ็นบี

ภาพจาก : esquireme

สูตรลับ : มันเป็นตัวอย่างธุรกิจที่ใช้หลักที่ว่า เจ้าบ้านยินดีที่จะเปิดพื้นที่ว่างให้กับคนแปลกหน้า โดยที่ใคร ๆ ก็สามารถเปิดห้องพักให้ได้ เหมือนกับการที่เราได้ไปนอนบ้านเพื่อนเลยแหละค่ะ

ซึ่งถ้าเราเป็นคนทำธุรกิจเนี่ย…คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมหรือหอพักใด ๆ ทั้งสิ้นเลยนะ แต่คุณก็มีโอกาสสร้างรายได้จากการให้เช่าที่พักได้ (โดยใช้บ้านของคุณเองนั่นแหละจ้า)

หรือถ้าคุณทำธุรกิจห้องเช่าอยู่แล้ว เพียงแค่คุณมีห้องว่างสักห้องคุณก็สามารถสร้างรายได้ผ่านแอร์บีเอ็นบีได้ทันที โดยการเปิดห้องให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าพักได้ น่าสนใจมากใช่ไหมล่าา? 

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : ถ้าเป็นในแนวนี้ คุณสามารถนำบ้านหรือห้องว่างของคุณ (ถ้ามี) ไปลงในเว็บไซต์นี้ก็ได้นะ จากนั้นกำหนดราคาให้เหมาะสม ทำความสะอาดอยู่เสมอ  ตกแต่งพื้นที่ของคุณให้น่าอยู่และน่าสนใจ

เช่น ตกแต่งสไตล์ลอฟท์  สไตล์โมเดิร์น สไตล์ไทย หรืออื่นๆ เพื่อให้ดูน่าสนใจและมีคนอยากเข้ามาท่องเที่ยว

2. Alibaba 

“เว็บไซต์อาลีบาบา” ที่ทุกคนคงรู้จักกันดี มันคือเว็บไซต์ขายส่งออนไลน์เป็นตลาดศูนย์รวมการขายสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีการแบ่งหมวดหมู่สินค้า ทำให้ผู้ขายกับลูกค้ามาพบกันในโลกออนไลน์ เพื่อสามารถติดต่อซื้อขายกันได้ทั่วโลก และเป็นตลาดออนไลน์กลางที่ได้รับการยอมรับเป็นสากล

อาลีบาบา

ภาพจาก mybusinessfuture 

สูตรลับ : Alibaba เป็นตัวอย่างธุรกิจที่ไม่มีสินค้าคงคลัง (คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Amazon ซื้อสินค้าและขายสินค้าเหล่านี้ให้กับลูกค้าโดยใช้โครงสร้างภายในธุรกิจของตนเอง) 

แต่เป้าหมายหลักของอาลีบาบาคือ การเชื่อมต่อผู้ซื้อกับผู้ขาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ขายจากเมืองจีนกับผู้ซื้อทั่วโลก แต่ผู้ขายจากประเทศอื่น ๆ ก็ลงสินค้าเพื่อขายได้นะจ๊ะ

โดยคุณค่าของอาลีบาบาอยู่ที่การเป็นคนกลางที่เชื่อมต่อประสานงานในเว็บไซต์ไม่ได้ผลิตสินค้าขายเอง ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาจากหลากหลายประเทศ เพื่อมาลงขายสินค้าในเว็บแห่งนี้

เมื่อเว็บไซต์มีผู้คนเข้าถึงเยอะ จึงเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดรายได้มากมาย และในเรื่องสินค้าก็เป็นตลาดที่มีสินค้าที่เข้าถึงคนได้ทุกระดับ ไม่ได้ราคาสูงมาก เปรียบง่าย ๆ คล้ายกับตลาดประตูน้ำในเมืองไทย ช้อปง่าย ซื้อง่าย คนจึงเข้าถึงกันเยอะมากนั่นเองค่ะ 

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : การสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักเป็นเรื่องยาก คุณอาจจะเริ่มจากการศึกษาเรื่องการทำเว็บไซต์เสียก่อน แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับ ดูว่าคุณสนใจในเรื่องใด แต่ถ้าคุณอยากศึกษางานและทำความเข้าใจระบบของเว็บไซต์นี้

คุณอาจจะเริ่มจากการลองนำสินค้าบางอย่างไปโพสต์ขายในเว็บและเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ค่ะ ไม่แน่น้าา คุณอาจจะมีรายได้จากการขายของเพิ่มขึ้นก็ได้.

3. Hilti 

Hilti เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องมือเกี่ยวกับวิศวกรรมการก่อสร้างและบริการปล่อยเช่าอุปกรณ์ช่างให้ลูกค้าที่ต้องการใช้  โดยมีที่มาจาก Martin Hilti วิศวกรและน้องชายของเขาเริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือเป็นครั้งแรกในเมืองชานน์ ประเทศลิกเตนสไตน์

โดยฮิลติพัฒนาการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และการขุดเจาะ และบริษัทรับเหมาต่าง ๆ ซึ่งธุรกิจนี้ช่วยสนับสนุนให้งานก่อสร้างทำได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง 

พวกเขาได้ทำการศึกษา  ปรับปรุง  และพัฒนาการผลิตตลอดจนการบริการต่าง ๆ เพื่อสามารถตอบสนองและสนับสนุนการทำงานของธุรกิจก่อสร้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ถ้าอยากรู้จักฮิลติเพิ่มเติม อ่านที่นี่ Hilti ผู้นำด้านธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้าง

พนักงานของฮิลติ

สูตรลับ : Hilti รุดหน้าตลาดการผลิตอุปกรณ์เครื่องมือช่างโดยการ “เปลี่ยนจากการซื้อ” ไปเป็น การเช่าสินค้า”

พวกเขาตระหนักได้ว่า ความต้องการของลูกค้าไม่ใช่การเป็นเจ้าของเครื่องมือ แต่เป็นการที่พวกเขามีเครื่องมือที่เหมาะสมในเวลาที่ต้องการ โดยฮิลติจัดการบำรุงรักษาเครื่องมือให้มีสภาพที่ดีและมอบบริการให้ลูกค้า เพียงแค่เช่าเครื่องมือเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาต้องการ

ดังนั้นลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือทุกชิ้นในสต็อก แต่เวลาจะใช้งานก็มาเช่ากับฮิลติแทน จะว่าไป ธุรกิจให้เช่าแบบนี้ก็เก๋ไปอีกแบบนะเนี่ย 

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ หากคุณเปิดร้านอุปกรณ์เครื่องมือช่างอยู่แล้ว คุณอาจจะนำไอเดียตัวอย่างธุรกิจจากฮิลตินี้มาประยุกต์ใช้กับร้านของคุณได้ บริการคนที่ไม่ต้องการซื้อด้วยการใช้พวกเขาเช่า

เพราะลูกค้าบางรายก็ใช้งานเพียงชั่วคราว ไม่ได้นำมาใช้ตลอด แต่ก็ขายเป็นปกติสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อค่ะ หรือจะเป็นของอื่นๆที่สามารถให้เช่าได้ เช่น เสื้อผ้า รถยนต์/รถจักรยานยนต์ บ้าน/คอนโด อุปกรณ์เฉพาะทางอย่างกล้องดิจิตัล เป็นต้น 

 

4. IKEA 

อิเกีย คำนี้ค่อยคุ้นหูมากขึ้นมาหน่อยใช่ไหมคะ? เพราะเรามักจะเห็นอยู่ทั่วไปในไทยเลยก็ว่าได้ อิเกียเป็นบริษัทที่ออกแบบ จำหน่ายเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศสวีเดน

โดย Ingvar Kamprad (อิงก์วา คัมปราด) ผู้ก่อตั้งเริ่มต้นจากการเป็นเพียง “ร้านขายของชำเล็ก ๆ” จนกระทั่งขยายกิจการมาเรื่อย ๆ จนเติบโตไปทั่วโลก 

โมเดลธุรกิจอิเกีย

สูตรลับ : รูปแบบตัวอย่างธุรกิจนี้ ให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบมาก เฟอร์นิเจอร์ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อมของบ้านไม่ว่าจะภายในหรือภายนอก สินค้าต้องมีคุณภาพ และอยู่ในระดับราคาที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้

ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณภาพของวัสดุ ทำให้คนทั้งในเมืองและชานเมืองในประเทศต่าง ๆ สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพร้อมการออกแบบสไตล์ยุโรปที่ซับซ้อนในราคาประหยัดได้จากอิเกีย ส่งผลให้แบรนด์นี้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกค่ะ 

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : การเปิดร้านขายของชำของอิงก์วาก็ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ แน่นอนว่าถ้าคุณมีความมุ่งมั่นมากพอ คุณอาจมีธุรกิจที่สำเร็จได้ในอนาคตก็ได้นะคะ 

คุณควรเริ่มจากการหาทำเลที่เหมาะสม แล้วเปิดขายของชำ เมื่อมันสามารถทำกำไรได้ คุณก็ขยับขยายมันในอนาคต ไม่แน่น้าาา ธุรกิจของคุณอาจเติบโตพอ ๆ กับอิเกียในอนาคตก็ได้ ว่ามั้ย?

5. Tesla

Tesla Motors, Inc. เป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกาที่ออกแบบ ผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า ผลิตแบตเตอรี่และส่วนประกอบระบบส่งกำลังของยานพาหนะไฟฟ้า มีจุดมุ่งหมายหลักคือ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เกี่ยวกับการขนส่งอย่างยั่งยืน โดยการนำรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากออกสู่ตลาด

เทสล่า

สูตรลับ : Tesla เป็นตัวอย่างธุรกิจที่ลงทุนอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง ด้วยการนำเสนอบริการคุณภาพสูงที่มีความหลากหลาย พวกเขาทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน และน่าสนใจ

มักจะมีนวัตกรรมล้ำ ๆ ออกมาให้เห็นอยู่บ่อย ๆ

ประสบการณ์เชิงบวกที่ลูกค้าได้รับนี้ จึงนำไปสู่การที่ลูกค้า 9 ใน 10 คนที่ใช้งานนั้น แนะนำบอกต่อรถยนต์ Tesla ของตนให้คนอื่นให้พวกเขารับรู้ว่า “รถคันนี้มันดีนะเว้ยแกรรร”  รถยนต์แบรนด์นี้จึงเติบโตต่อไปได้แบบล้ำ ๆ เลิศมากค่าาา

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : จะเห็นได้ว่าคีย์หลักคือเรื่อง “นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมาใช้งานได้จริง มีคุณภาพ และไม่ซับซ้อน”

คุณน่าจะนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้นะ เช่น ถ้าคุณ เปิดร้านกิ๊ฟช็อป  คุณจะต้องสรรหาของล้ำ ๆ ใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำกับใครมาวางขาย (แต่ต้องน่าใช้และมีคุณภาพด้วย)

vcanbuy

ยกตัวอย่างภาพด้านบนค่ะ ของชิ้นนี้เราเคยไปเห็นในเว็บขายส่งของประเทศจีนมา มันเป็นกระทะทอดไข่ดาวที่สามารถทำให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ที่น่ารักได้ ของแนวนี้ก็ถือเป็นสิ่งใหม่ที่ใช้งานได้จริงเช่นกัน ยังไงลองเอาไปต่อยอดกับสินค้าของคุณดูจ้า

6. Wikipedia 

วิกิพีเดีย เป็นสารานุกรมทางอินเทอร์เน็ตให้ความรู้ทั่วไป ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มและแก้ไขบทความเกือบทุกเรื่องที่เข้าถึงได้โดยง่าย เป็นงานอ้างอิงทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต และติดอันดับหนึ่งในสิบเว็บไซต์ยอดนิยม 

วิกิพีเดีย

สูตรลับ : บริษัทสามารถจูงใจให้ชุมชนขนาดใหญ่ (ซึ่งเป็นประชาชนของทั่วทุกมุมโลก) เข้าร่วมกับวิกิพีเดียได้โดยไม่ต้องเสนอผลประโยชน์ทางการเงิน แต่เป็นการให้พวกเขามีส่วนร่วมในเครือข่ายออนไลน์

อันนี้ก็คล้าย ๆ กับอาลีบาบาที่หลัก ๆ เป็นการทำให้ทุกคนเข้าถึง แต่ประเด็นของวิกิพีเดียคือ มันไม่ได้ขายอะไรเลย แต่เป็นการให้ความรู้ ให้ความจริงในเรื่องต่าง ๆ

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้: การที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกสละเวลาไปนั่งเขียนบทความต่าง ๆ ลงในเว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนที่ได้เข้ามาอ่าน นี่แหละคือพ้อยท์

คุณอาจจะสงสัยว่า ทำแล้วไม่ได้เงินจะทำทำไม?

เราคิดว่าการที่พวกเขาได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อมอบประโยชน์ให้แก่ผู้คนได้ มันเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมากเลยทีเดียว

ส่วนรายได้ก็เป็นเรื่องต่อมาที่เราจะได้รับ หากงานเรามีคุณภาพให้ผู้คนติดตามมากพอ อนาคตมันอาจจะสร้างรายได้มหาศาล จากการที่เราได้มอบอะไรดี ๆ ให้คนอื่น

เช่น คนที่เขียนบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเพจต่าง ๆ เขาก็ได้ไปเที่ยวและได้แชร์ประสบการณ์ต่อให้คนที่ชอบท่องเที่ยวได้อ่าน และถ้าเขาเขียนได้ดี เกิดการแชร์ต่อ ๆ กันจนมีคนติดตามมากมาย อนาคตเขาจะได้ผู้สนับสนุนที่จ้างให้เขารีวิวที่พัก เป็นต้น

บทความแนะนำ :

7. Zara

ซาร่า (Zara)  ทุกคนคงรู้จักแบรนด์นี้กันดีและเคยเห็นแทบจะทุกห้างสรรพสินค้า เป็นร้านค้าปลีกเสื้อผ้าและเครื่องประดับสัญชาติสเปน เป็นบริษัทแฟชั่นระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ว่ากันว่ารวยมาก

เพราะขายดีได้กำไรแต่ละปีเป็นเงิน 3 พันล้านเหรียญหรือเป็นแสนล้านบาทกันเลยเชียว โอ้วววแม่เจ้า รวยขนาดนั้นกันเลยอ่ะคุณ 

ซาร่าช็อป

สูตรลับ : Zara ผลิตสินค้าโดยใช้ ‘ห่วงโซ่อุปทานที่แน่นหนา’ ขยายความก็คือ การใช้ระบบของหน่วยงาน คน เทคโนโลยี กิจกรรม ข้อมูลข่าวสาร และทรัพยากร มาประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือบริการ จากผู้จัดหาไปยังลูกค้า 

ซาร่าใส่ใจตั้งแต่การออกแบบเริ่มต้นไปจนถึงการผลิตขั้นสุดท้าย บริษัทใช้ความรวดเร็วกว่าแบรนด์อื่น โดยการปรับตัวเข้ากับเทรนด์แฟชั่นและแนวคิดใหม่ ๆ ได้ภายในสองสัปดาห์ และใช้ระยะเวลาอันสั้นสำหรับผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งผลิตและจัดจำหน่ายไม่เกิน 1 เดือน (ในขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน)

ซาร่าผลิตแล้วนำมาวางขายในจำนวนที่จำกัด เพราะมันเป็น fast fashion ที่มาไวไปไว ต้องตามกระแสแล้วก็ผลิตล็อตใหม่ที่ไม่ซ้ำเดิมออกมา ส่งผลให้ลูกค้ารีบซื้อเพราะกลัวไม่ทันคอลเลคชั่นนั้น ๆ  และยังมีการเติมสินค้าที่ขายหมดอย่างรวดเร็ว

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : หลักของตัวอย่างธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างซาร่าคือการที่ ใช้ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงทั้งความต้องการของลูกค้า เทรนด์ใหม่ ๆ การผลิตต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยอิงจากเทรนด์ที่ลูกค้าสนใจเป็นหลัก อาศัยความรวดเร็วในการผลิตก่อนเพื่อแย่งชิงลูกค้าก่อนจึงได้เปรียบ

เราก็นำหลักการนี้มาใช้กับร้านของเรา เช่น ร้านขายเสื้อผ้า ที่ต้องอัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ และสำรวจความสนใจของลูกค้าอยู่เสมอ หลังจากนั้นก็นำสินค้าเข้ามาให้รวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของคนซื้อ 

8. Lowe’s 

Lowe’s เป็นบริษัทชื่อดังสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกที่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน วัสดุก่อสร้าง ต่อเติมบ้านและร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

สร้างรายได้จากการขายสินค้าเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านผ่านทางร้านค้าปลีก ทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายสินค้า ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งและบริการเสริมอื่น ๆ

ร้านค้า lowes

ภาพจาก ctpost

สูตรลับ :  “From start to finish, Lowe’s is with you every step of the way” ความหมายก็คือ Lowe’s เน้นการบริการที่ครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

สมมติคุณต้องการติดตั้งพรมที่บ้าน เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์แล้วหลังจากนั้นก็

1.ดูตัวอย่างและเลือกพรมที่คุณต้องการ

2.นัดหมายเพื่อให้ช่างมาวัดพื้นที่ 

3.ให้ช่างประเมินราคา 

4.ช่างมาติดตั้งและให้คำแนะนำต่างๆเรื่องการดูแลรักษา

แค่นี้ก็จบเรียบร้อยไม่ยุ่งยาก นอกเหนือจากนี้ก็สามารถติดตั้งของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ทุกอย่าง เพราะเขามีสินค้าในคลังเยอะมาก แถมยังครอบคลุมไปหมดทุกอย่างที่ต้องใช้งานในบ้านกันเลยจ้าา

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : บริการที่ครบครันนี่แหละคือสิ่งน่านำมาเป็นตัวอย่างธุรกิจ

ยกตัวอย่างถ้าคุณทำธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ คุณอาจจะนำสินค้าทั้งหมดโพสต์ในเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรร หลังจากนั้นก็ทำเป็นระบบติดต่อให้เราไปติดตั้งถึงบ้าน และช่างของคุณก็ต้องเข้าใจสินค้าทุกๆอย่างรวมถึงวิธีติดตั้งด้วย

9. Walmart 

Walmart เป็นธุรกิจค้าปลีกชาติสัญชาติอเมริกัน ที่ประกอบไปด้วยเครือไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำและห้างสรรพสินค้า  “Walmart เป็นร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก” และยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลกอีกต่างหาก

ถ้าอยากรู้ว่าทำไม Walmart ถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้ อ่านบทความนี้เลยค่ะ :  ทำไม Walmart คือธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก?

อีกทั้งยังสร้างรายได้มากมายในปี 2019 ถือครองรายได้ 514.405 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับว่าเยอะมากกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ซึ่งจุดเด่นคือ Sam Walton ผู้ก่อตั้ง เคยเป็นคนที่ไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน แต่เขาค่อยๆไต่ระดับจนมีกิจการที่ใหญ่โตมากถึงขนาดนี้ 

ร้านค้าปลีก walmart

ภาพจาก britannica

สูตรลับ : Walmart ให้ความสำคัญกับ Bigdata ในการทำธุรกิจโดยการใช้ข้อมูลนี้เปรียบเทียบราคากับคู่แข่ง และยังใส่ใจกับลูกค้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้  คำนวณว่าตรงไหนที่ลูกค้ามักจะมีปัญหาก็ส่งพนักงานไปช่วยเหลือให้ถูกจุด

อีกทั้งสำรวจความต้องการของผู้บริโภคว่าเขามักจะซื้ออะไร จากนั้นก็จัดวางสินค้าที่มีประเภทคล้ายกันวางใกล้เคียงกัน เป็นต้น 

แนวคิดบางอย่างที่เรานำมาใช้ได้ ♡ : หากคุณกำลังเปิดร้านค้าปลีก ร้านขายของชำ มินิมาร์ท หรือร้านซุปเปอร์สโตร์ นี่จะเป็นแนวทางที่ดีมากในการนำหลักของ Walmart มาใช้ ในเรื่องของการเอาใจใส่ลูกค้า

เพราะลูกค้าที่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดที่คุณจะต้องบริการ ถ้าทำให้ลูกค้าพอใจได้ เขาก็จะมาซื้อซ้ำ

ยกตัวอย่างการบริการ เช่น อบรมพนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสเวลาคุยกับลูกค้า ให้พนักงานเรียนรู้ตำแหน่งสินค้าให้ละเอียด เพราะเวลาที่ลูกค้าถามจะได้ตอบได้ ประมาณนี้ค่าา 

บทความน่าสนใจอื่น ๆ :

✔ สรุป 

ถ้าคุณจะออกแบบโมเดลธุรกิจที่ดี สำหรับบริษัทของคุณเอง คุณต้องตระหนักถึงความต้องการของลูกค้า ละให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างถี่ถ้วน

สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับลูกค้าของคุณเพื่อสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ 

หากคุณมีรูปแบบธุรกิจที่แปลกใหม่ สามารถเปลี่ยนผลงานให้เป็นเอกลักษณ์ หาวิธีที่จะส่งมอบคุณค่าทั้งในรูปแบบของสินค้าและบริการให้กับลูกค้าของคุณ ศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ เพื่ออัพเดทเทรนด์ความเป็นไปของโลก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน

และท้ายที่สุดคือ ‘การนำแนวคิดตัวอย่างธุรกิจของคนที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้’ เราเชื่อว่าคุณจะไปได้ไกลแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

บทความน่าสนใจอื่น ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *