7 ข้อที่ไม่ควรทำ!! สำหรับการ “ตั้งชื่อร้าน”

7 ข้อห้ามการตั้งชื่อร้าน

“ตั้งชื่อร้านอะไรเนี่ย.. ไม่เห็นน่าเข้าไปซื้อเลย” 

“ชื่อร้านอะไรทำไมยาวจัง จำยากมาก” 

“ชื่อร้านนี้ทำไม ‘เชย’ แบบนี้นะ”

คำพูดเหล่านี้.. ถ้าได้ยินแล้วมันช่างสร้างความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจมาก ๆ เลยนะคะ ยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านแล้วเนี่ย.. ยิ่งเจ็บหนักไปกันเลย 

ไหนใครไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับร้านของคุณบ้างคะ?

ถ้าไม่อยากให้คนบ่นถึงร้านค้าของคุณแบบนี้ล่ะก็..  ตามมาอ่าน ‘สิ่งที่ไม่ควรทำในการตั้งชื่อร้าน’ ในบทความต่อไปนี้กันเลยค่ะ

1. ไม่ควร ตั้งชื่อร้านที่ยาวเกินไป จนเกิดความสับสน 

เทคนิคตั้งชื่อร้านยาว ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจนั้น นอกจากจะจำได้ยากแล้ว ยังสร้างความสับสนให้กับลูกค้าอีกด้วยว่าควรจะเรียกชื่อร้านนี้ว่ายังไงดีนะ? ประมาณว่า กว่าจะเรียกชื่อร้านยาว ๆ นี้จบ ก็ลืมเรื่องที่จะคุยกันต่อซะแล้ว 😀 

ตัวอย่างสมมติที่ไม่ควร ☛ เช่น ร้านกระเพราหลากหลายครอบจักรวาล, ร้านศิริมงคลรุ่งเรืองอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, ร้านเพทช็อปอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง 

เห็นมั้ยคะ.. ว่าตัวอย่างสมมติ ที่เรายกมาให้ดู มันยาวและจำยากมากแค่ไหน ไม่รู้จะจำส่วนไหนของชื่อร้านก่อนเลย ( ฮ่า ๆ )

เทคนิคตั้งชื่อร้านที่ดีคุณควร ตั้งชื่อที่กระชับ, ได้ใจความ และจำได้ง่ายดีกว่าน้าา

2. ไม่ควร ใช้ชื่อหรือนามสกุลบุคคลในการตั้งชื่อร้าน

การจะเปิดกิจการร้านค้าหรือธุรกิจต่าง ๆ นั้น ค่อนข้างที่จะหายากมากที่จะมีคนเอาชื่อจริงหรือนามสกุลจริง มาตั้งเป็นชื่อธุรกิจ

ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจแรกเริ่ม ที่มีความเสี่ยงจะไม่ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็..มันจะส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของคุณโดยตรง (ถ้าธุรกิจนั้นล้มเหลวขึ้นมาจริง ๆ ) 

อีกอย่าง…. มันไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่ว่ามั้ยคะ หากจะตั้งชื่อร้านเป็นชื่อ-นามสกุลของตัวเองจริง ๆ  

ตัวอย่างสมมติที่ไม่ควรตั้ง ☛ เช่น  ร้านสุพจน์ เชื้อมณี ซุปเปอร์สโตร์, ร้านข้าวแกงลัดดางาม, ร้านปุณณ์ ทวีศิลป์การช่าง 

เมื่อดูจากตัวอย่างแล้ว มันก็ดูคล้ายว่าจะไม่เข้ากันเท่าไหร่ แต่ถ้าหากคุณอยากนำชื่อของตัวเองใส่ลงไปในชื่อธุรกิจ เพื่อเป็นเอกลักษณ์

เราขอแนะนำเทคนิคตั้งชื่อร้านแนวนี้ค่ะว่า..  “นำเพียงบางส่วนออกมาดัดแปลง”  เช่น ร้านปุณณ์ ทวีศิลป์ การช่าง อาจจะเปลี่ยนเป็น  ร้านปัณทวีการช่าง เป็นต้นค่ะ

 

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม :

3. ไม่ควร ตั้งชื่อร้านตามเทรนด์

การใช้ชื่อตามเทรนด์ที่มาไวไปไว คุณอาจจะคิดว่า ณ ตอนนั้นมันเท่ และทันสมัย แต่อย่าลืมว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายๆปี ‘ชื่อธุรกิจของคุณ จะกลายเป็นชื่อที่เชย และล้าสมัยทันที’

ตัวอย่างสมมติที่ไม่ควร ☟

  • ร้านปั๊วะปังแฟชั่น (คำว่า ปั๊วะ ,ปัง เป็นคำฮิตในปี 2020 ที่ใช้กับสิ่งที่เห็นแล้วรู้สึกว่ามันดูดี สุดยอด)  
  • ร้าน Cute เกินต้าน กิฟท์ช็อป (คำว่า เกินต้าน เป็นคำฮิตใน 2020 ที่หมายถึง เกินจะรับไหว รุนแรงต่อหัวใจ ประมาณว่า สวยเกินต้าน, น่ารักเกินต้าน) 

เมื่อในอนาคตคำเหล่านี้มันไม่ฮิตแล้ว คนก็อาจจะงงได้ว่าชื่อร้านของคุณมันคืออะไร.. คุณอาจจะต้องเสียเวลามาอธิบาย หรือไม่มันก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของร้านคุณในอนาคตได้ค่ะ

เพราะอย่างนั้น ลองเปลี่ยนไปตั้งชื่อร้านแบบอื่น ที่สามารถใช้ได้อย่างยาวนาน น่าจะดีกว่านะคะ 🙂 

4. ไม่ควร ตั้งชื่อร้านตามพื้นที่

เห็นหลาย ๆ คนชอบตั้งชื่อร้านเป็นชื่อเขต, อำเภอ หรือตำบลต่าง ๆ ใช่ค่ะ.. มันอาจจะดีตรงที่ มันสามารถระบุทำเลร้านของคุณได้อย่างชัดเจนว่า “อยู่ตรงนี้นะ”

แต่อย่าลืมว่า ถ้ากิจการของคุณรุ่งเรืองและต้องขยายไปสาขาอื่นในอนาคต ถ้าคุณไปใช้ชื่อร้านหรือชื่อธุรกิจที่มีตำแหน่งอยู่ มันจะต้องเกิดความสับสนขึ้นแน่นอน 

ลองมาดูตัวอย่างกันค่ะ  

สมมติว่าคุณตั้งชื่อร้านว่า “ร้านบางบอนอุปกรณ์ก่อสร้าง” ซึ่งมันตั้งอยู่ที่เขตบางบอน แต่ถ้าวันหนึ่ง ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างของคุณเจริญเติบโต จนต้องขยายร้านไปที่เขตลาดพร้าว

แล้วร้านของคุณยังคงใช้ชื่อ บางบอนอุปกรณ์ก่อสร้าง คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นต้องมีความงงเล็ก ๆ เมื่อพูดถึงชื่อร้านของคุณแน่นอน 

ฉะนั้นทางที่ดีเปลี่ยนตำแหน่งทางภูมิศาสตร์นั้น “ใช้เป็นชื่อสาขาแทนดีกว่า” เช่น

  • ร้านบิ๊กเบสท์อุปกรณ์ก่อสร้าง (สาขาบางบอน)
  • ร้านบิ๊กเบสท์อุปกรณ์ก่อสร้าง (สาขาลาดพร้าว) 

5. ไม่ควร ใช้คำหยาบคายในการตั้งชื่อร้าน

อันนี้เห็นหลาย ๆ ร้านค้าเหมือนกันนะคะ ที่ใช้คำหยาบเป็นเทคนิคตั้งชื่อร้านเพื่อเรียกความสนใจเยอะ ๆ และทำให้มันดูตลก หรือจำง่าย

แต่อย่าลืมนะคะ ว่ามีผู้บริโภคบางกลุ่ม (ซึ่งก็อาจเป็นกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว) เขาอาจจะไม่ถูกจริตกับชื่อร้านของคุณ และเห็นว่ามันไม่สมควรก็เป็นได้ 

ลองมาดูตัวอย่างกันค่ะ

  • ร้าน Dak-Keng-Jung (ถ้าอ่านพ้องเสียงในภาษาไทยจะเป็นคำหยาบ ทำให้บางคนไม่กล้าเข้าไปรับประทาน)
  • ร้านข้าวต้มพ่องตาย (อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนด่า)

การตั้งชื่อร้านแปลก ๆ ให้ดึงดูด และสะดุดตา เป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ถ้าคุณตั้งชื่อที่หยาบคาย ไม่ให้เกียรติทั้งลูกค้าและธุรกิจของตัวเอง คุณก็ต้องยอมรับว่ามีโอกาสจะเสียกลุ่มลูกค้าหลายคนไปนะคะ

เพราะงั้นการคิดแปลกได้ แตกต่างได้ แต่ต้องมีความสร้างสรรค์ไปในเชิงบวกด้วยนะคะทุกคนนน (ด้วยความหวังดีค่าา) 

6. ไม่ควร ตั้งชื่อร้านคล้ายชื่อธุรกิจอื่น

ความคล้ายคลึงกัน ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้กับลูกค้า แต่มันยังทำให้คุณไม่สามารถจดทะเบียนการค้าเป็นชื่อนี้ได้

และที่แย่ไปกว่านั้น คุณอาจถูกฟ้องร้องจากเจ้าของธุรกิจ หากคุณไปลอกเลียนแบบชื่อธุรกิจของเขามา 

ลองมาดูตัวอย่างเคสนี้กันค่ะ

มีร้านเครื่องดื่มชา-กาแฟร้านหนึ่ง เป็นรถเข็นที่ขายทั่วไปตามท้องถนน แต่สิ่งที่เขาทำคือ “เขาตั้งชื่อร้านเป็น Starbung (สตาร์บัง) ซึ่งมันคล้ายคลึงกับ Starbuck” รวมถึงออกแบบโลโก้คล้ายๆกันด้วย 

ผลที่ตามมาคือ สตาร์บัง โดน สตาร์บัคส์ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายถึง 300,000 บาท 

(ข้อมูลที่มา sanook ) 

ช่วงนั้นก็เป็นข่าวใหญ่ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในไทยและต่างประเทศเลยทีเดียว

เพราะสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟรายใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลก ทำรายได้เยอะแยะมากมาย แต่กลับมาฟ้องร้องกับสตาร์บัง ร้านกาแฟรถเข็นแก้วละ 25 บาท 

สตาร์บังกับสตาร์บัคส์

ภาพจาก mgronline.com

สตาร์บังตั้งชื่อร้านลอกเลียน

ภาพจาก  pantip

แต่ประเด็นที่เราจะสื่อคือ คุณไม่ควรตั้งชื่อร้านหรือทำแบรนด์ให้คล้ายกับธุรกิจของเจ้าอื่น เพราะสิ่งที่ตามมามันก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่แบบเคสตัวอย่างที่เราเอามาให้ดูนั่นแหละค่ะ 

ดังนั้นคุณควร.. ตั้งชื่อร้านที่เป็นเอกลักษณ์ธุรกิจของคุณ และควรสร้างแบรนด์ด้วยตัวของตัวเอง จะดีกว่ามาก ๆ เลยนะคะ เพราะมันทั้งถูกต้องและน่าภูมิใจกว่ากันเยอะเลยค่าาา

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง :

7. ไม่ควร ตั้งชื่อร้านที่บ่งบอกถึงตัวตนคนอื่น  

สำหรับข้อนี้ อาจจะคล้ายกับการตั้งชื่อร้านคล้ายกับธุรกิจอื่น แต่อันนี้เจาะจงไปที่ตัวบุคคลเลยค่ะ

การตั้งชื่อร้านแบบเอาชื่อคนอื่นลงไปมันไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่ นอกจากมันจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ก็มีสิทธิ์ที่เขาจะฟ้องร้องคุณได้เช่นเดียวกับการตั้งชื่อคล้ายร้านของคนอื่นค่ะ 

ตัวอย่างสมมติที่ไม่ควรทำ ☛ เช่น ร้านโรตีโอบาม่า, ร้านพัชราภาค้าปลีก, ร้านดาวิ-กาแฟ, ร้านอุรัสยาค้าข้าว

จะเห็นว่าตัวอย่างสมมติที่เรานำมาให้ดูเป็นชื่อของคนดังทั้งในไทยและต่างประเทศ เราอ่านแล้ว ก็สามารถรู้ได้เลยว่าหมายถึงใคร

ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่านี่เป็นร้านของคน ๆ นั้นหรือเปล่า.. ถ้าความจริงมันไม่ใช่ มันก็จะสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้คนที่พบเห็นจำนวนมาก 

ซึ่งการนำชื่อของคนดังมาใช้ ยังไงก็เป็นสิ่งที่ไม่โอเคทั้งกับธุรกิจของคุณเองและต่อตัวคนที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นด้วย ฉะนั้น เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุดค่ะ (เตือนแล้วนะ..!) 

อ่านชื่อร้านที่ไม่ควรตั้งแล้ว ลองอ่านเทคนิคที่ควรนำมาใช้ในการตั้งชื่อร้านสิคะ 

✔ สรุป 

เป็นยังไงกันบ้าง.. หลังจากอ่านมาทั้งหมดแล้ว ทั้งการตั้งชื่อร้านแบบมีคำหยาบ, ตั้งชื่อร้านยาว ๆ , ตั้งชื่อร้านลอกเลียนแบบธุรกิจอื่น และตัวอย่างอื่น ๆ ตามที่เราได้กล่าวมา ก็คงจะพอเข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อกันแล้วนะคะว่า ทำไมถึงไม่ควรตั้งชื่อร้านแบบนี้

แต่..ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคล บางคนอาจจะชอบชื่อร้านแบบนี้ ตั้งแล้วอาจจะถูกโฉลกมากกว่า ก็ตามแต่ทุกคนสะดวกเลยค่าา

เราเป็นแค่คนไกด์ไลน์ให้เล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อจะนำไปปรับใช้ได้ ถ้าคุณกำลังจะตั้งชื่อธุรกิจของคุณอยู่ อย่าลืมนำทริคเหล่านี้ไปพิจารณาดู และเปลี่ยนไปเป็นการใช้ไอเดียการตั้งชื่อร้านที่สร้างสรรค์กันนะคะ 

ยังไงก็ฝากติดตามอ่านบทความอื่น ๆ ของ PN Storetailer ด้วยน้าาา

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :

  • Business Names: Do’s and Don’ts by smallbusiness.findlaw
  • The Do’s and Don’ts of Naming Your Business by entrepreneur
  • Do’s & Don’ts of How to Name a Business by smallbusiness.chron
  • How to Name a Business by entrepreneur 
  • สตาร์บัง ร้านกาแฟคนไทย ที่ถูกสตาร์บัคส์ฟ้อง by sanook

บทความอื่นๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *