ร้านค้าปลีก คืออะไร? มีประเภทใดบ้าง พร้อมตัวอย่าง

ร้านค้าปลีก คืออะไร

ร้านค้าปลีก คืออะไร? 

Retail Business หรือธุรกิจร้านค้าปลีก คือ ธุรกิจที่เกิดการซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการที่ส่งถึงผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะขายอะไรก็ได้ที่ถูกกฏหมาย และเป็นการขายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยพวกเขาจะใช้เองหรือให้เป็นของขวัญแก่คนอื่นก็ได้ 

ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านเสื้อผ้า, ร้านเครื่องเขียน, ร้านเครื่องสำอาง, หรือร้านเครื่องมือช่าง ฯลฯ 

ซึ่งสมัยก่อนก็จะมีร้านค้าปลีกที่มีเฉพาะหน้าร้านอย่างเดียว แต่หลายปีที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกก็ได้ถูกแตกแขนงออกไปให้อยู่ในออนไลน์ด้วย หรืออาจจะเรียกได้ว่า จากที่เคยเป็นร้านค้าปลีกดั้งเดิม ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กลายเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่กันไปซะหมดแล้ว 

✎ Note : ร้านค้าปลีก คือ สุดยอดของกระบวนการต่าง ๆ ที่นำมารวมกันเพื่อดึงดูดผู้บริโภคและสร้างยอดขาย

กระบวนการทำงานของร้านค้าปลีก 

ผู้ค้าปลีกใช้ระบบจัดหาสินค้าจากผู้ค้าส่งเพื่อขายให้กับผู้บริโภค ในการจัดหาสินค้าคงคลังนั้น คนขายเองจะต้องตรวจสอบความต้องการของลูกค้ามีเป็นไปในทิศทางใด และยังต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ค้าส่ง เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลงอีกด้วย 

ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการซื้อขายในร้านค้าปลีก ประกอบไปด้วย ผู้ผลิต, ผู้ค้าส่ง, ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค ผู้ค้าส่งเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ผลิต ในขณะที่ผู้ค้าปลีกเชื่อมต่อกับผู้ค้าส่ง

กระบวนการทำงานของร้านค้าปลีก

ภาพกระบวนการทำงานของร้านค้าปลีก 

ผู้ผลิต : ผลิตสินค้าโดยใช้เครื่องจักร วัตถุดิบ และแรงงาน

ผู้ค้าส่ง : ซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากผู้ผลิต และขายสินค้าเหล่านั้นให้กับผู้ค้าปลีกในปริมาณมา

ผู้ค้าปลีก : ขายสินค้าในปริมาณเล็กน้อยให้กับผู้บริโภค ในราคาที่สูงขึ้นตามที่ผู้ผลิตแนะนำราคามา 

ผู้บริโภค : ซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกเพื่อใช้ส่วนตัว

แต่เนื่องจากร้านค้าปลีกนั้นมีหลายประเภทด้วยกัน ทำให้ห่วงโซ่อุปทานข้างต้นที่เรากล่าวมา อาจเกิดขึ้นกับร้านค้าปลีกบางประเภทเท่านั้น เพราะร้านค้าปลีกประเภทใหญ่ ๆ บางเจ้าก็เป็นผู้ผลิตเอง เป็นผู้ค้าส่งเอง และยังเป็นผู้ค้าปลีกเองอีกด้วย 

✎ Note : พฤติกรรมของผู้บริโภค, ฤดูกาล, เศรษฐกิจ, ภูมิอากาศและ ทำเลร้านค้า มีผลอย่างมากต่อการนำสินค้ามาขาย

ประเภทของร้านค้าปลีก 

จะเห็นได้ว่าร้านค้าปลีกในประเทศไทยมีหลายแบบมากที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งร้านค้าปลีกแต่ละประเภทก็จะให้ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่างกัน

 1. ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (Small Retailer, Grocery Stores)

เป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่จะเป็นร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ที่ดูแลทุกอย่างภายในร้านเองคนเดียว ใช้พื้นที่น้อย ๆ ในบริเวณชั้น 1 ของหน้าบ้าน หรือตึกแถว 1 คูหา มักจะขายของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะเป็นการขายให้คนในชุมชนหรือคนในหมู่บ้านด้วยกันเอง คนมักจะเรียกว่า ร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำค่ะ

ซึ่งร้านประเภทนี้จะไม่ค่อยมีเทคโนโลยีอะไรมากนัก การจัดการบัญชีต่าง ๆ ก็จะเป็นระบบเก่าและจัดการด้วยตนเองซะมากกว่า เพราะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนั่นเอง 

ร้านขายของชำ

ภาพตัวอย่าง แบบร้านขายของชำ by BigBest

2. ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store)

Specialty Store เป็นร้านค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าเฉพาะอย่าง ที่จะเน้นสินค้าไปที่ประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น ร้านขายเครื่องสำอาง, ร้านวัสดุก่อสร้างขนาดย่อม, ร้านหนังสือ ฯลฯ 

ซึ่งร้านค้าปลีกประเภทนี้สามารถพัฒนารูปแบบให้เป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ได้ โดยเพิ่ม ระบบ POS เข้าไป หรือเพิ่มช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 

ร้านบิวตี้ช็อป ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง

ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง by ชั้นวางสินค้าบิวตี้ PN Steel

3. ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Stores) 

ร้านประเภทนี้ถูกพัฒนาให้เป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะมีระบบต่าง ๆ ทุกอย่างเข้ามาซัพพอร์ต เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เน้นสนองความต้องการแบบเร่งด่วนแก่ลูกค้า มีสินค้าที่หลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร, เครื่องดื่ม, ของใช้ในชีวิตประจำวัน 

ร้านค้าปลีกประเภทนี้ก็อย่างเช่น ร้านมินิมาร์ททั่วไป, 7-Eleven , Family mart, 108 Shop

ร้านสะดวกซื้อ 108 Shop

ภาพตัวอย่างร้านสะดวกซื้อ by : Facebook 108shopNK

4. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket)

เป็นร้านที่เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือน จะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเด่นของร้านค้าปลีก ประเภทนี้คือ อาหารสด, ผักสด, เนื้อสัตว์, อาหารทะเลต่าง ๆ 

ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีกำไรต่ำ แต่เน้นขายในปริมาณที่เยอะ มักจะอยู่ใกล้เคียงกับละแวกบ้าน หรืออาจจะอยู่ในห้างสรรสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต 

แต่ปัจจุบันก็ได้มีการแยกตัวเปิดเป็นอิสระหลายร้านอยู่เหมือนกัน เช่น ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต, Villa Market, Foodland

ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต

ภาพตัวอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตจาก tops.co.th

5. ห้างสรรพสินค้า (Department Store)

ห้างสรรพสินค้าเป็นร้านค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่มาก มีรวมรวมสินค้าและบริการทุกอย่างไว้ในนี้แบบครบวงจร ซึ่งแบ่งทุกอย่างไว้เป็นโซนอย่างชัดเจน เป็นแหล่งรวมความสนุกสนานเพลิดเพลินชั้นยอดเยี่ยมในการช้อปปิ้งไว้ที่นี่ 

สิ่งที่มีในห้างสรรพสินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ แบรนด์หรู, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม, คลินิกเสริมความงาม, บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์และอุปกรณ์ไอที, โรงหนัง, ฟู้ดคอร์ด, ร้านอาหารแบรนด์ดัง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน, เครื่องเล่นต่าง ๆ 

ตัวอย่างเช่น สยามพารากอน (Siam Paragon), เซ็นทรัล (Central), เดอะมอลล์ (The Mall), โรบินสัน (Robinson), เอ็มควอเทียร์ (EmQuartier), ไอคอนสยาม (ICONSIAM) 

ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

ภาพห้างสรรพสินค้า by : 123rf.com

6. ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (Discount Store, Hypermarket) 

มักจะขายสินค้าที่หลากหลายในราคาที่ประหยัด เน้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าไปทีละเยอะ ๆ เพื่อให้มียอดขายสินค้าในปริมาณที่สูง เน้นสินค้าและบริการที่เข้าถึงง่าย ไม่ได้หรูหราเท่าแบรนด์ต่าง ๆ ในห้างสรรพสินค้า

ส่วนลักษณะก็จะเหมือนการรวมซูเปอร์มาร์เก็ตกับห้างสรรพสินค้าเข้าไว้ด้วยกัน มีความบันเทิงสนุกสนานให้เป็นโซนไว้ นอกจากนี้ก็จะยังมีสินค้าในครัวเรือน สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปไว้ด้วยเช่นกัน เช่น Tesco Lotus, Big-C, Makro 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ : Hypermarket คืออะไร? พร้อมรู้จัก 2 เจ้าใหญ่ที่ครองตลาด

ไฮเปอร์มาร์เก็ตโลตัส

ภาพไฮเปอร์มาร์เก็ตโลตัส by adaybulletin

7. ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Category Killer) 

อันนี้จะคล้าย ๆ กับข้อ 2 ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store) คือจะมีความจำเพาะเจาะจงในการขายสินค้า เน้นสินค้าเป็นประเภทนั้น ๆ ไปเลย แต่ร้านประเภทนี้จะมีความใหญ่มากกว่า Specialty Store ซึ่งใหญ่ขนาดที่ว่า Category Killer เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าที่รวบรวมสินค้าประเภทนั้น ๆ ไว้โดยเฉพาะเลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่สินค้าของร้านค้าปลีกประเภทนี้ก็จะเป็น ร้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

ซึ่งพอเป็นขนาดใหญ่ก็จะมีสินค้าที่หลากหลายและครบครันตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่า อาจมีส่วนลดในสินค้าบางอย่าง รวมถึงมีบริการหลังการขาย ตัวอย่างเช่น พาวเวอร์บาย (Power Buy), โฮมโปร (Home Pro), Index Living Mall 

ร้านขนาดใหญ่ที่เน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม

ร้านค้าปลีกขนาดใหญที่เน้นขายเฉพาะกลุ่ม by pantip

เราจะเห็นร้านค้าปลีกประเภท Category Killer จะเป็นร้านอุปกรณ์ตกแต่งบ้านซะส่วนใหญ่ แต่ยังมีร้านแบบขายสินค้าเฉพาะกลุ่มอีกหลายประเภทที่ยังไม่ได้ขยายสาขาเยอะจนเป็นที่นิยมก็อย่างเช่น ร้าน Pet Shop ถ้าร้านประเภทนี้ สามารถขยายสาขาไปทั่วประเทศจนมีชื่อเสียงได้ อาจจะทำให้รายได้มากและเป็นเจ้าที่ครองตลาดได้เลยทีเดียว 

แต่ก็เห็นอยู่บ้างนะคะ กับร้านที่นำ Pet Shop มาเปิดในห้างอย่างเช่น Pet Lovers Centre ของประเทศสิงคโปร์ ที่มาเปิดสาขาในไทย เน้นเป็นสาขาในห้างสรรพสินค้าอย่างในเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ ซึ่งคนเขียนว่ามีถ้าเจ้าของที่เป็นคนไทยสามารถทำได้ น่าจะสร้างยอดขายได้มากทีเดียวนะคะ

✔ สรุป 

ตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้แล้วว่า ร้านค้าปลีก คืออะไร? มีกระบวนการทำงานอย่างไร และแบ่งเป็นประเภทไหนบ้าง ใครที่กำลังจะเปิดร้านค้าปลีก ก็จะสามารถแบ่งได้แล้วนะคะว่าร้านที่คุณกำลังจะเปิดเป็นร้านค้าปลีกแบบไหนกันแน่ 

Key Takeaways

  • ร้านค้าปลีก คือ ธุรกิจที่เกิดการซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการที่ส่งถึงผู้บริโภคโดยตรง
  • รูปแบบร้านค้าปลีก สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก 
  • ร้านค้าปลีกแต่ละรูปแบบกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ถ้ารู้จักวิธีการบริหารร้านค้าก็จะทำให้ยอดขายเติบโตไปได้เรื่อย ๆ หากคุณอยากทราบว่าจะบริหารร้านค้าอย่างไรสามารถอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ →  5 ทริคในการบริหารร้านค้าปลีกยุคใหม่ [2021] 

และอย่าลืมอ่านบทความอื่น ๆ ของ PN Storetailer กันด้วยนะคะ

Sources

บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *